แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ขึ้นต้นด้วย ฟ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ขึ้นต้นด้วย ฟ แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2553

เฟิร์นราชินี

วงศ์ Pakeriaceae

ชื่อวิทยาศาตร์ Dryopteris ludens Wall. ex Hook.

ชื่อท้องถิ่น กูดฮู้กวาว (เหนือ) เฟิร์นราชินี (กรุงเทพฯ) กะปรอกว่าว (ชลบุรี) แพน
ตาโก (สงขลา, นครศรีธรรมราช)

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ลำต้นยาว ทอดนอน เส้นผ่านศูนย์กลาง 3-4 มิลลิเมตร ปกคลุมด้วยเกล็ด รูปขอบขนาน บริเวณกลางสีน้ำตาลเข้ม บริเวณขอบสีน้ำตาลอ่อนถึงสีเหลือง ยาวประมาณ 4 มิลลิเมตร กว้าง 0.8-0.9 มิลลิเมตร โคนมน ขอบเรียบ ปลายเรียวแหลม ใบเป็นใบเดี่ยว ใบไม่สร้างสปอร์ มีก้านใบกลม ยาว 30-32 เซนติเมตร กว้าง 2-3 มิลลิเมตร สีม่วงดำเป็นมันวาว ขนปกคลุมหนาแน่นทั่วก้าน บริเวณโคนปกคลุมด้วยเกล็ดหนาแน่น ใบรูปหอกถึงรูปสามเหลี่ยม ยาว 15-16 เซนติเมตร กว้าง 13-15 เซนติเมตร โคนรูปหัวใจ ปลายใบเรียวแหลม ขอบใบหยักแบบนิ้วมือ 3-5 แฉก แฉกหยักลึกเกือบถึงเส้นกลางใบ แฉกแรกนับจากโคนใบมีขนาดใหญ่ที่สุด และมีแฉกย่อยที่โคนด้านล่าง แต่ละแฉกรูปหอกถึงขอบขนาน ยาว 8-10 เซนติเมตร กว้าง 2-3 เซนติเมตร ปลายแฉกเรียวแหลม เนื้อใบคล้ายกระดาษถึงหนาคล้ายหนัง เส้นกลางใบบนและเส้นกลางใบด้านล่างนูนเป็นสัน สีม่วงดำ และเป็นร่องด้านบน เส้นใบร่างแห ไม่มีเส้นใบย่อยในช่องร่างแห ใบสร้างสปอร์มีก้านใบยาว 50-55 เซนติเมตร ซึ่งยาวกว่าใบไม่สร้างสปอร์ ใบรูปไข่กึ่งรูปสามเหลี่ยม ยาว 16-18 เซนติเมตร กว้าง 14-18 เซนติเมตร โคนใบรูปหัวใจ ขอบใบหยักแบบขนนก 3-4 คู่แฉก แฉกลึกเกือบถึงเส้นกลางใบ แฉกแรกนับจากโคนใบมีขนาดใหญ่ที่สุด มีแฉกที่โคนด้านล่าง 1-2 แฉก ปลายแฉกเรียวแหลม ยาว 8-12 เซนติเมตร กว้าง 1-1.5 เซนติเมตร กลุ่มอับสปอร์ เกิดเป็นแถบยาวต่อเนื่องตามแนวยาวขอบใบ ไม่มีเยื่อคลุมกลุ่มอับสปอร์ แต่ใช้ขอบใบพับมาปกคลุมกลุ่มอับสปอร์ (ธีระพล, 2546 ; Smitinand, T. and K. Larsen, 1989)

การใช้ประโยชน์ ใช้ปลูกเป็นไม้ประดับกระถาง

วันเสาร์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2553

เฟิร์นใบบัว

ชื่อ : กูดใบบัว

ชื่อพฤกษศาสตร์ : Helmionitis arifolia (Burm.f.) Moore

วงศ์ : Parkeriaceeaen

ลักษณะโดยทั่วไป : เป็นเฟิร์นที่เจริญบนพื้นดิน ลำต้นสั้นมีเกล็ดสีน้ำตาลเข้มปกคลุมหนาแน่น ก้านใบสีม่วงดำ ใบเดี่ยว รูปไข่กว้าง กว้าง 4-5 ซม. ยาว 5-8 ซม. ปลายใบมน โคนใบรูปเงี่ยงลูกศร ปลายใบมน เส้นใบแบบร่างแห ใบมีภาวะทวิสัณฐาน ใบไม่สร้างสปอร์มีก้านสั้นๆ ใบสร้างสปอร์มีก้านยาว 15-20 ซม. กลุ่มอับสปอร์ไม่มีเยื่อคลุม เกิดบนเส้นใบตลอดทั่วใบ

นิเวศวิทยา : พบขึ้นในที่ร่มรำไร ตามซอกหินหรือตามพื้นดินที่ค่อนข้างชื้น

ประโยชน์/โทษ : ปลูกประดับ

วันศุกร์ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2553

เฟื่องฟ้า

อาณาจักร พืช (Plantae)

ส่วน Magnoliophyta

ชั้น Magnoliopsida

อันดับ Caryophyllales

วงศ์ Nyctaginaceae

สกุล Bougainvillea

ชื่อไทย เฟื่องฟ้า

ชื่อสามัญ Bougainvillea

ชื่อวิทยาศาสตร์ Bougainvillea spp.

ตระกูล NYCTAGINACEAE

ถิ่นกำเนิด บราซิล

ชนิดพืช [Plant Type] : ไม้พุ่มกึ่งเลื้อย

ขนาด [Size] : ขนาดกลาง

สีดอก [Flower Color] : สีขาว มีกลีบประดับสีขาว แดง ชมพู บานเย็น และม่วงแดง

ฤดูที่ดอกบาน [Bloom Time] : ตลอดปี

อัตราการเจริญเติบโต [Growth Rate] : ปานกลาง

ลักษณะดิน [Habitat] : ดินปนทรายระบายน้ำดี

ความชื้น [Moisture] : ต่ำ

แสง [Light] : แดดเต็มวัน

ลักษณะโดยทั่วไป

เฟื่องฟ้าเป็นพรรณไม้ยืนต้นขนาดกลางประเภทเถาเลื้อย ลำต้นมีความยาวประมาณ 1-10 เมตร มีลำเถาแข็งแรงเลื้อยไปได้ไกล ผิวลำต้นสีเท่าหรือสีน้ำตาลลำต้นมีหนามคมแหลมยาวประมาณ0.51เซนติเมตรติดอยู่เป็นระยะๆลักษณะของทรงพุ่มสามารถตัดแต่ง และบังคับทิศทางการเจริญเติบโตได้ใบเป็นใบเดี่ยวแตกตามเถาลักษณะรูปใข่ปลายใบแหลมโคนใบมนขอบใบเรียบพื้นใบเรียบสีเขียว ขนาดใบกว้าง 2 - 4 เซนติเมตร ยาวประมาณ 4-5 เซนติเมคร ดอกออกเป็นช่อตามส่วนยอด มีกลีบดอหรือใบประดับ 3กลีบ ส่วนดอกจะมีดอกเล็กสีขาว กลีบดอกจะมีขนาดและสีสรรแตกต่างกันตามชนิดพันธุ์

การปลูก

การปลูกมี 2 วิธีี

1. การปลูกในกระถางเพื่อประดับภายนอกอาคารบ้านเรือน ใช้กระถางทรงสูงขนาด 10 - 16 นิ้ว ใช้ปุ๋ยหรือปุ๋ยหมัก : แกลบผุ : ขุยมะพร้าว : ดินร่วน อัตราอย่างละ 1 ส่วน ผสมดินปลูก ควรเปลี่ยนกระถางปีละครั้ง หรือแล้วแต่ความเหมาะสมของทรงพุ่ม เพราะการเจริญเติบโตของทรงพุ่มโตขึ้น และเพื่อเปลี่ยนดินปลูกใหม่ ทดแทนดินปลูกเดิมที่เสื่อมสภาพไป

2.การปลูกในแปลงปลูกเพื่อประดับบริเวณบ้านและสวนโบราณนิยมปลูกไว้เป็นรั้วบ้านมักทำเป็นซุ้มหรือร้านโดยให้ต้นเฟื่องฟ้า
เลื้อยขึ้นไปตามธรรมชาติขนาดหลุมปลูก30x30x30เซนติเมตรใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก:ดินร่วนอัตรา1:2ผสมดินปลูกการปลูกเฟื่อ
ฟ้าทั้งสองวิธีเราสามารถที่จะทำการตัดแต่งทรงพุ่มให้ได้รูปทรงที่เหมาะสมตามความต้องการไม่ให้ลำต้นเลื้อยก็ต้องทำการตัดแต่
ทรงพุ่มเช่นกัน เฟื่องฟ้า

การดูแลรักษา

แสง ชอบแสงแดดจัด หรือกลางแจ้ง

น้ำ ต้องการปริมาณน้ำปานกลาง ควรให้น้ำ 3 - 5 วัน/ครั้ง

ดิน ดินร่วนซุย ความชุ่มชื้นสม่ำเสมอ

ปุ๋ย ควรใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก อัตรา 0.5-1 กิโลกรัม/ต้น ใส่ปีละ 4-6 ครั้งหรือใส่ปุ๋ยวิทยาศาสตร์
สูตร 15-15-15 อัตรา200-300 กรัม/ต้น ใส่ปีละ 4-6 ครั้ง

การขยายพันธุ์ ปักชำ ตอน การเสียบยอด

โรคและแมลง ไม่ค่อยมีปัญหาในเรื่องโรค ส่วนแมลงนั้นจะมีเพลี้ยรบกวนบ้างในบางครั้ง แต่ควรระวังอย่าให้น้ำขังแฉะเพราะจะทำให้รากเน่า

การป้องกันกำจัด ใช้ยาฉีดพ่นโดยใช้ ไดอาชินอน ตามที่ระบุไว้ในฉลากยา

ลักษณะทั่วไป (Characteristic) : ไม้พุ่มกึ่งเลื้อย อายุหลายปี เลื้อยได้ไกลถึง 10 เมตร ผิวลำต้นสีน้ำตาลหรือ สีเทา ลำต้นมีหนามคมแหลมยาวประมาณ 0.5-1 เซนติเมตร ติดอยู่เป็นระยะๆ ลักษณะของทรงพุ่มสามารถ ตัดแต่งและบังคับทิศทางการเจริญเติบโตได้ ใบ (Foliage) : ใบเดี่ยว ออกสลับ รูปรีหรือรูปไข่ กว้าง 3-5 เซนติเมตร ยาว 4-8 เซนติเมตร ปลายใบแหลม โคนใบมน ขอบใบเรียบ แผ่นใบเรียบ ผิวใบด้านบนสีเขียว หรือด่างสีเขียว หรือด่างเหลือง-เขียว
ดอก (Flower) : สีขาว ออกเป็นช่อแบบช่อกระจุกตามซอกใบและปลายกิ่ง กลีบประดับมีทั้งแบบชั้นเดียว และซ้อน รูปไข่ มีสีขาว แดง ชมพู บานเย็น และม่วงแดง มี 3 กลีบขึ้นไป ซ้อนกันเป็นรูปถ้วย ปลายกลีบแหลม โคนกลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นรูปหลอด ปลายแผ่แบน ดอกบานเต็มที่กว้าง 2-3 เซนติเมตร ผล (Fruit) : ผลแห้ง ขนาดเล็ก มี 5 พู

การใช้งานด้านภูมิทัศน์ (Landscape Used) : ดอกสวยมีสีสัน และหลากหลายพันธุ์ ปลูกประดับเป็นซุ้มไม้เลื้อย ปลูกเป็นแปลงในที่สาธารณะ ตัดแต่งทรงพุ่มดูแลรักษาง่ายและทนแล้งได้ดี เมื่ออากาศเย็นจะมี ดอกเต็มต้น ทำเป็นไม้บอนไซ ไม่ควรปลูกใกล้สนามเด็กเล่นเพราะมีหนามแหลม





กลับสู่ : หน้าหลัก พืชผัก พืชสมุนไพร
Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...