แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ไม้พุ่มกึ่งเลื้อย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ไม้พุ่มกึ่งเลื้อย แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2553

กระดูกกบ

ชื่อสามัญ : กระดูกกบ, กระดูกกบ, เฉียงพร้านางแอ, เฉียงพร้านางแอ, เฉียงพร้านางแอ, เฉียงพร้านางแอ

ชื่อวิทยาศาสตร์ : brachiata

ชื่อสามัญ : กระดูกกบ

อาณาจักร : PLANTAE

ไฟลัม : Magnoliophyta

ชั้น : Magnoliopsida

อันดับ : Lamiales
วงศ์ : VERBENACEAE

สกุล : Hymenopyramis

ชนิด : ไม้เถา, ไม้เลื้อย

ลักษณะโดยทั่วไป : ไม้พุ่มกึ่งไม้เลื้อยเนื้อแข็ง กิ่งอ่อนเป็นสันสี่เหลี่ยมและมีขนละเอียดสั้นๆปกคลุมหนาแน่น ใบเดี่ยว เรียงตรงข้ามหรือตรงข้ามสลับตั้งฉาก แผ่นใบรูปรีหรือรูปไข่ กว้าง 2-6 ซม. ยาว 3-10 ซม. แผ่นใบด้านล่างมีขนสั้นนุ่มปกคลุมหนาแน่น ดอกออกเป็นช่อแยกแขนง ตามซอกใบและปลายกิ่ง กลีบดอกสีขาว เชื่อมติดกันเป็นรูปกรวย เกสรเพศผู้ยาวโผล่พ้นกลีบดอก ผลเป็นผลสด รูปร่างค่อนข้างกลม มีกลีบรองกลีบดอกที่ขยายใหญ่เชื่อมติดกันเป็นถุงหุ้มผลอยู่


นิเวศวิทยา : พบกระจายทั่วไปในช่องว่างและบริเวณขอบป่าของป่าดิบแล้ง ป่าผสมผลัดใบ พบบ้างในป่าเต็งรัง



ประโยชน์/โทษ : ยาพื้นบ้านอีสานใช้เปลือกต้นหรือแก่นต้มน้ำดื่มแก้โรคไตพิการ




วันเสาร์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2553

มะลิลา

ชื่อวิทยาศาสตร์: Jasminum sambac (L.) Aiton

ชื่อสามัญ: Arabian Jasmine, Jusmine, Kampopot

ชื่ออื่น: มะลิซ้อน (ภาคกลาง), มะลิป้อม (ภาคเกนือ), มะลิหลวง (แม่ฮ่องสอน), ข้าวแตก (ฉาน-แม่อ่องสอน), เตียมุน (ละว้า-เชียงใหม่), มะลิขี้ไก่ (เชียงใหม่)

วงศ์: OLEACEAE

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์: ไม้พุ่ม แกมเถา กิ่งอ่อนมีขนสั้นๆ สีขาว

ใบ ใบเรียงตรงข้าม ใบประกอบแบบขนนก มีใบย่อยใบเดียว รูปไข่ รีหรือรีขอบขนาน กว้าง 3-5 ซม. ยาว 6-10 ซม. โคนใบมนหรือสอบ ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ ผิวใบเรียบเป็นมัน ด้านท้องใบเห็นเส้นใบชัดเจน เส้นใบขนาดใหญ่มี 4-6 คู่ ก้านใบสั้นมากและมีขน

ดอก ดอกช่อออกตามซอกใบและปลายกิ่ง มีทั้งดอกลาและดอกซ้อน โคนกลีบดอกจะเชื่อมกันเป็นหลอด ยาวประมาณ 1.5 ซม. ปลายแยกเป็น 5-8 กลีบ เมื่อดอกย่อยบานมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 2-3 ซม. ดอกที่อยู่ตรงกลางจะบานก่อน มีกลิ่นหอมแรง แต่ละดอกมีกลีบเลี้ยงเป็นหลอดสีเขียวอมเหลืองอ่อน ส่วนปลายแยกเป็น เส้น เกสรเพศผู้ 2 อันติดกับกลีบดอกในหลอดสีขาว มักไม่ติดผล




กลับสู่ : หน้าหลัก พืชผัก พืชสมุนไพร

วันศุกร์ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2553

เฟื่องฟ้า

อาณาจักร พืช (Plantae)

ส่วน Magnoliophyta

ชั้น Magnoliopsida

อันดับ Caryophyllales

วงศ์ Nyctaginaceae

สกุล Bougainvillea

ชื่อไทย เฟื่องฟ้า

ชื่อสามัญ Bougainvillea

ชื่อวิทยาศาสตร์ Bougainvillea spp.

ตระกูล NYCTAGINACEAE

ถิ่นกำเนิด บราซิล

ชนิดพืช [Plant Type] : ไม้พุ่มกึ่งเลื้อย

ขนาด [Size] : ขนาดกลาง

สีดอก [Flower Color] : สีขาว มีกลีบประดับสีขาว แดง ชมพู บานเย็น และม่วงแดง

ฤดูที่ดอกบาน [Bloom Time] : ตลอดปี

อัตราการเจริญเติบโต [Growth Rate] : ปานกลาง

ลักษณะดิน [Habitat] : ดินปนทรายระบายน้ำดี

ความชื้น [Moisture] : ต่ำ

แสง [Light] : แดดเต็มวัน

ลักษณะโดยทั่วไป

เฟื่องฟ้าเป็นพรรณไม้ยืนต้นขนาดกลางประเภทเถาเลื้อย ลำต้นมีความยาวประมาณ 1-10 เมตร มีลำเถาแข็งแรงเลื้อยไปได้ไกล ผิวลำต้นสีเท่าหรือสีน้ำตาลลำต้นมีหนามคมแหลมยาวประมาณ0.51เซนติเมตรติดอยู่เป็นระยะๆลักษณะของทรงพุ่มสามารถตัดแต่ง และบังคับทิศทางการเจริญเติบโตได้ใบเป็นใบเดี่ยวแตกตามเถาลักษณะรูปใข่ปลายใบแหลมโคนใบมนขอบใบเรียบพื้นใบเรียบสีเขียว ขนาดใบกว้าง 2 - 4 เซนติเมตร ยาวประมาณ 4-5 เซนติเมคร ดอกออกเป็นช่อตามส่วนยอด มีกลีบดอหรือใบประดับ 3กลีบ ส่วนดอกจะมีดอกเล็กสีขาว กลีบดอกจะมีขนาดและสีสรรแตกต่างกันตามชนิดพันธุ์

การปลูก

การปลูกมี 2 วิธีี

1. การปลูกในกระถางเพื่อประดับภายนอกอาคารบ้านเรือน ใช้กระถางทรงสูงขนาด 10 - 16 นิ้ว ใช้ปุ๋ยหรือปุ๋ยหมัก : แกลบผุ : ขุยมะพร้าว : ดินร่วน อัตราอย่างละ 1 ส่วน ผสมดินปลูก ควรเปลี่ยนกระถางปีละครั้ง หรือแล้วแต่ความเหมาะสมของทรงพุ่ม เพราะการเจริญเติบโตของทรงพุ่มโตขึ้น และเพื่อเปลี่ยนดินปลูกใหม่ ทดแทนดินปลูกเดิมที่เสื่อมสภาพไป

2.การปลูกในแปลงปลูกเพื่อประดับบริเวณบ้านและสวนโบราณนิยมปลูกไว้เป็นรั้วบ้านมักทำเป็นซุ้มหรือร้านโดยให้ต้นเฟื่องฟ้า
เลื้อยขึ้นไปตามธรรมชาติขนาดหลุมปลูก30x30x30เซนติเมตรใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก:ดินร่วนอัตรา1:2ผสมดินปลูกการปลูกเฟื่อ
ฟ้าทั้งสองวิธีเราสามารถที่จะทำการตัดแต่งทรงพุ่มให้ได้รูปทรงที่เหมาะสมตามความต้องการไม่ให้ลำต้นเลื้อยก็ต้องทำการตัดแต่
ทรงพุ่มเช่นกัน เฟื่องฟ้า

การดูแลรักษา

แสง ชอบแสงแดดจัด หรือกลางแจ้ง

น้ำ ต้องการปริมาณน้ำปานกลาง ควรให้น้ำ 3 - 5 วัน/ครั้ง

ดิน ดินร่วนซุย ความชุ่มชื้นสม่ำเสมอ

ปุ๋ย ควรใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก อัตรา 0.5-1 กิโลกรัม/ต้น ใส่ปีละ 4-6 ครั้งหรือใส่ปุ๋ยวิทยาศาสตร์
สูตร 15-15-15 อัตรา200-300 กรัม/ต้น ใส่ปีละ 4-6 ครั้ง

การขยายพันธุ์ ปักชำ ตอน การเสียบยอด

โรคและแมลง ไม่ค่อยมีปัญหาในเรื่องโรค ส่วนแมลงนั้นจะมีเพลี้ยรบกวนบ้างในบางครั้ง แต่ควรระวังอย่าให้น้ำขังแฉะเพราะจะทำให้รากเน่า

การป้องกันกำจัด ใช้ยาฉีดพ่นโดยใช้ ไดอาชินอน ตามที่ระบุไว้ในฉลากยา

ลักษณะทั่วไป (Characteristic) : ไม้พุ่มกึ่งเลื้อย อายุหลายปี เลื้อยได้ไกลถึง 10 เมตร ผิวลำต้นสีน้ำตาลหรือ สีเทา ลำต้นมีหนามคมแหลมยาวประมาณ 0.5-1 เซนติเมตร ติดอยู่เป็นระยะๆ ลักษณะของทรงพุ่มสามารถ ตัดแต่งและบังคับทิศทางการเจริญเติบโตได้ ใบ (Foliage) : ใบเดี่ยว ออกสลับ รูปรีหรือรูปไข่ กว้าง 3-5 เซนติเมตร ยาว 4-8 เซนติเมตร ปลายใบแหลม โคนใบมน ขอบใบเรียบ แผ่นใบเรียบ ผิวใบด้านบนสีเขียว หรือด่างสีเขียว หรือด่างเหลือง-เขียว
ดอก (Flower) : สีขาว ออกเป็นช่อแบบช่อกระจุกตามซอกใบและปลายกิ่ง กลีบประดับมีทั้งแบบชั้นเดียว และซ้อน รูปไข่ มีสีขาว แดง ชมพู บานเย็น และม่วงแดง มี 3 กลีบขึ้นไป ซ้อนกันเป็นรูปถ้วย ปลายกลีบแหลม โคนกลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นรูปหลอด ปลายแผ่แบน ดอกบานเต็มที่กว้าง 2-3 เซนติเมตร ผล (Fruit) : ผลแห้ง ขนาดเล็ก มี 5 พู

การใช้งานด้านภูมิทัศน์ (Landscape Used) : ดอกสวยมีสีสัน และหลากหลายพันธุ์ ปลูกประดับเป็นซุ้มไม้เลื้อย ปลูกเป็นแปลงในที่สาธารณะ ตัดแต่งทรงพุ่มดูแลรักษาง่ายและทนแล้งได้ดี เมื่ออากาศเย็นจะมี ดอกเต็มต้น ทำเป็นไม้บอนไซ ไม่ควรปลูกใกล้สนามเด็กเล่นเพราะมีหนามแหลม





กลับสู่ : หน้าหลัก พืชผัก พืชสมุนไพร
Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...