แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ขึ้นต้นด้วย ด แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ขึ้นต้นด้วย ด แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ต้นแดง

ชื่อพันธุ์ไม้ แดง

ชื่อสามัญ Iron Wood

ชื่อวิทยาศาสตร์ Xylia sylocarpa Var. kerrii (Craib & Hutch.) I. Nielsen
วงศ์ LEGUMINOSAE

ชื่ออื่น กร้อม (ชาวบน-นครราชศรีมา), ไคว (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน), คว้าย (กะเหรี่ยง-เชียงใหม่, กาญจนบุรี), ไคว เพร่ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน), จะลาน จาลาน (เงี้ยว-แม่ฮ่องสอน), แดง (ทั่วไป), ตะกร้อม (ชอง-จันทบุรี), ปราน (ส่วย-สุรินทร์) ไปรน์ (ศรีษะเกษ), ผ้าน (ละว้า-เชียงใหม่), เพ้ย (กะเหรี่ยง-ตาก), สะกรอม (เขมร-จันทบุรี)
ลักษณะทั่วไป เป็นไม้ยืนต้น สูง 15–30 เมตร กิ่งก้านและยอดอ่อนมีขนละเอียดสีเหลือง ใบเป็นใบประกอบแบบขนนกสองชั้นเรียงสลับ ประกอบด้วย 2 ช่อ ใบแตกออกเป็น 2 ง่าม ใบย่อย 4–5 คู่รูปไข่หรือรูปไข่แกมขอบขนาน ออกดอกเป็นช่อทรงกลมคล้ายดอกกระถิน ที่ปลายกิ่งและซอกใบ กลีบดอกสีขาว ผล เป็นฝักรูปไต แบน แข็ง
ขยายพันธุ์ โดยการเพาะเมล็ด
สภาพที่เหมาะสม สภาพดินที่ค่อนข้างอุดมสมบูรณ์ ต้องการแสงแดด
ถิ่นกำเนิด เป็นไม้หลักของป่าเบญจพรรณ และป่าเต็งทั่วๆ ไป








วันจันทร์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2553

ดอกผีเสื้อ

ดอกผีเสื้อ

ชื่อสามัญ: Dianthus

ชื่อวิทยาศาสตร์: Dianthus chinensis L.

ชื่อวงศ์:Caryophyllaceae

ถิ่นกำเนิด:ตะวันออกเฉียงใต้ของทวีปยุโรป

ลักษณะทั่วไป :เป็นไม้ดอกที่มีอายุได้ถึง 2 ปี แต่เดิม

พืชในสกุลนี้รวมเรียกว่า Pink ทั้งหมด

เนื่องจากมีดอกสีชมพูแต่ปัจจุบันชื่อ

Pink หรือ Dianthus จะหมายถึงดอกผีเสื้อ

ต้นสูงประมาณเมตร 15- 30 เซนติเมตร

ื ใบมีรูปร่างเรียวยาว ปลายแหลม

สีเขียวเข้ม ดอกมีหลายสี เช่น สีชมพู

แดง ขาว หรือมีหลายสีในกลีบเดียวกัน

เช่น สีแดงขลิบเหลืองกลีบดอก 4-5 กลีบ

ปลายกลีบดอกมีทั้ง้เป็นคลื่นและหยัก

เหมือนฟันเลื่อย ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง

ดอก 5-7 เซนติเมตร์ เมล็ดมีขนาดใหญ่

การขยายพันธุ์ :เพาะเมล็ด

สภาวะเหมาะสม: แสงแดดรำไร


ดอกเทียน

ชื่ออื่น เทียนดอก เทียนไทย เทียนสวน


ชื่อวิทยาศาสตร์ Impatiens balsamina L.


ลักษณะทั่วไป เป็นไม่พุ่มสูง 25-75 เซนติเมตร มีอายุสั้น ลำต้นตั้งตรง อวบน้ำ สีเขียวอ่อนหรือเขียวอมเหลือง


ใบ มีใบรูปใบหอกหรือรูปรีแคบ ปลายเรียวแหลม โคนใบรูปลิ่ม ขอบจักฟันเลื่อย


ดอก ดอกเดี่ยวหรือเป็นกลุ่ม ออกตามซอกใบ ขนาด 3-6 เซนติเมตร มีทั้งดอกชั้นเดียว และดอกซ้อน กลีบดอกมี 5 กลีบขึ้นไป โคนกลีบล่างมีเดือยยื่นออกมาเป็นหลอดเล็กยาว ปลายโค้งขึ้น ดอกมีหลายสี


ผลและเมล็ด ฝักเป็นรูปกะสวย ปลายแหลมแตกตามยาว เมล็ดสีน้ำตาลดำ

ข้อมูลที่ได้จากการสำรวจ

ประเภทของดอกไม้ เป็นดอกเดี่ยว มีลักษณะคล้ายดอกกุหลาบ


ประเภทของต้นไม้ เป็นไม้อายุสั้น ลำต้นสีเขียวอมเหลือง


แหล่งที่พบ พบได้ในพื้นที่ที่ชุ่มชื้น ชอบน้ำ


การบานของดอก บานทีละดอก เริ่มบานจากที่โคนลำต้นถึงปลายยอด


ตำแหน่งการเกิดของดอก เกิดที่ซอกใบ


กลีบดอก มีหลายสี อาทิ สีแดง สีม่วง สีชมพู สีส้ม จำนวน 9 -12 กลีบ


ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1.5 เซนติเมตร


จำนวนกลีบเลี้ยง มี 2 กลีบ ปลายกลีบมีสีเขียว และช่วงโคนดอกมีสีเขียวกับสีขาว


เกสรตัวผู้ มี 1 อัน ขนาดกว้าง 2 มม. ยาว 5 มม. เป็นแท่งใหญ่ กลมและเป็นกลุ่มๆ ข้างบนสุดสีชมพู เป็นผง


เกสรตัวเมีย มี 1 อัน สีเขียวขนาด 1 มม. ปลายแหลมซ่อนอยู่ใหนเกสรตัวผู้


กลิ่นของดอก ไม่มีกลิ่น




กลับสู่ : หน้าหลัก พืชผัก พืชสมุนไพร

วันอาทิตย์ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2553

เดือนฉาย (Gaillardia) เกลลาร์เดีย

เดือนฉาย (Gaillardia)

เกลลาร์เดีย มีชื่อไทยไพเราะว่า “เดือนฉาย” เป็นไม้พื้นเมืองของอเมริกาเหนือ ลักษณะดอกคล้ายเดซี่ สีสวยสะดุดตา มีทั้งสีเดียวหรือหลายสีในดอกเดียวกัน แล้วแต่สายพันธุ์ เจ้านี่จะให้ดอกทั้งปี แต่ดกที่สุดก็ในช่วงหน้าร้อน


ปกติ ดอกจะสูงห่างหน้าดินไม่เกินคืบ แต่ถ้าดินดีหรือได้ปุ๋ยก็จะโตได้ถึงสองฟุต คุณลักษณะเด่นของเจ้านี่คือทนแล้งได้ดี จึงถูกเทศบาล (แอลเอ) นำมาใช้ปลูกประดับริมถนน ตามโค้นไม้ใหญ่ หรือกระทั่งข้างถนนริมหาดก็มีให้เห็น


ชื่อที่นิยมเรียกกันในอเมริกาของเกลลาร์เดียคือ ดอกผ้าห่ม (Blanket flower) บางตำราบอกว่า เป็นชื่อที่ตั้งโดยชาวพื้นเมือง (อินเดียนแดง) เพราะสีสันฉูดฉาด ออกแนว "เอิร์ธโทน" เหมือนผ้าห่มอินเดียนแดง แต่อีกตำราบอกว่าถูกตั้งตามลักษณะการใช้งานของมัน คือเป็นพืชคลุมดิน


เป็นพันธุ์ไม้ที่สามารถคลุมพื้นที่ในวงกว้างได้อย่างรวดเร็ว สวย แถมราคาไม่แพง ดังนั้นหากเกิดอยากเปลี่ยนโทนสีของไม้ดอกในสวน ก็สามารถถอนแล้วเปลี่ยนไม้ดอกคลุมดินชนิดอื่นได้แบบไม่ต้องกลั้นใจอะไรมากมายนัก.






จากเว็บ http://www.thaitownusa.com/New-0809000121-1.aspx





กลับสู่ : หน้าหลัก พืชผัก พืชสมุนไพร

วันศุกร์ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2553

ดอกผีเสื้อแสนสวย

ผีเสื้อแสนสวย

ไม้้ พุ่มปานกลางโปร่ง ดอกไม่มีกลิ่นหอม ออกดอกตลอดปี ใบไม่ผลัดใบ ดิน ร่วนเหนียว

ความชื้น ปานกลาง แสง แดดเต็มวัน เติบโต ปานกลางค่อนเร็ว อายุ 5 ปีขึ้นไป

ขยายพันธุ์ ด้วยการตอน ปักชำกิ่ง เพาะเมล็ด

ต้นผีเสื้อแสนสวยเป็นชื่อไทย ชื่อฝรั่งเรียกว่า " Blre Butterfly" กำเนิดของต้นไม้ต้นนี้ไม่รู้ว่ามาจากไหน แต่ไม่น่าจะใช่ไม้ไทย เพราะไม่เคยเป็นที่ไหนมาก่อน มีการปลูกน้อยมาก เป็นไม้หายาก แต่คุ้มค่าที่จะหาและปลูกไว้ประดับบ้าน

ผีเสื้อแสนสวยเป็นไม้พุ่มโปร่ง เมื่อดอกบานออกมาเหมือนผีเสื้อราวกับแกะ ซึ่งเป็นที่น่าอัศจรรย์ มีทั้งปีกบนสองปีก ปีกล่างลำตัว แถมยังมีหนวดเป็นเกสรตัวผู้ที่ยาวย่างอ่อนช้อยเสียด้วย

ความที่ดอกผีเสื้อแสนสวยนี้เหมือนผีเสื้ออย่างมาก ทำให้เด็กๆ ตัวเล็กๆ เข้าใจว่าเป็นผีเสื้อจริงๆ บางคนก็นั่งดูไม่กล้าแตะ บางคนก็ถามว่ามันกัดมั้ย บางคนก็ถามว่าทำไมมันไม่ยอมบินกันเลย บางคนถามว่าจับได้มั้ย ผู้เขียนเลยต้องอธิบายให้ฟังว่า แท้ที่จริงมันคือดอกไม้ ไม่ใช่ผีเสื้ออย่างใด จากนั้นก็เก็บดอกผีเสื้อแสนสวยให้เด็กๆ คนละดอก โดยเอาดอกวางไว้บนใบไม้อีกทีหนึ่ง ซึ่งยิ่งดูเหมือนผีเสื้อตัวจริงใหญ่เลย

อันว่าต้นดอกผีเสื้อแสนสวยนั้นเป็นไม้พุ่ม สูงประมาณ 1- 1.5 เมตร พุ่มโปร่ง ลำต้นที่แก่แล้วมีสีน้ำตาลเข้มไปสู้น้ำตาลอ่อน ลำต้นอ่อนออกเป็นสีเขียว ส่วนใบเขียวตลอดทั้งใบ ผิวสัมผัสหยาบ รูปทรงพุ่มกลม ขนาดพุ่มเป็นกอใหญ่สัก 1 เมตร ดอกผีเสื้อออกเป็นสีฟ้ากับสีฟ้าอ่อนจนแทบขาว มีดอกตลอดทั้งปี ชอบดินร่วนเหนียว ความชื้นปานกลาง แสงแดดเต็มวัน โรคแมลงไม่มี

อัตราการเจริญเติบโตปานกลาง ค่อนข้างรวดเร็วถ้าได้ดินได้น้ำได้แดดอย่างเหมาะสม การปลูกควรปลูกเป็นกอ 6 ต้นต่อตารางเมตร หรือ 3 ต้นต่อตารางเมตร หรือปลูกเป็นลำต้นเดี่ยวๆ เรียงกันเป็นแถวยาวก็ได้

ลักษณะดอกและใบเหมาะกับบรรยากาศสวนป่ามาก หรือเป็นส่วนหย่อมก็ได้ โคนต้นเมื่อสูงได้ที่แล้วจะโล่งโปร่งจึงควรปลูกไม้คลุมดินอยู่ด้านล่างหรือเหนือโคนต้น

รูปทรงของดอกเหมือนผีเสื้อ ดอกสวยงามแปลกตาอย่างยิ่งสมกับชื่อว่าผีเสื้อแสนสวย จึงควรปลูกใกล้ตาผู้ชม เพราะดอกเล็กเท่าๆ กับผีเสื้อตัวเล็กๆ ดังนั้นควรปลูกตามทางเดิน หรือใกล้อาคารใกล้ศาลา ปลูกในที่กว้างพอสมควร เพื่อจะได้ไม่ต้องจำกัดความสูงของลำต้น ให้เติบโตได้อย่างอิสระ

ผีเสื้อแสนสวยดอกนี้ คนมักเข้าใจผิดเป็นดอกผีเสื้อ ซึ่งเป็นคนละดอก คนละเรื่อง คนละพันธุ์ที่เดียว ฉะนั้นถ้าจะหาดอกน้ำควรนำภาพดอกไปให้ผู้ขายดอกไม้ดู จึงจะสามารถสื่อได้ตรงกัน




จากเว็บ http://flower2009.ueuo.com/flower15.htm

กลับสู่ : หน้าหลัก พืชผัก พืชสมุนไพร

วันเสาร์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2553

ดอกโศก

ต้นโศก

เป็นต้นไม้ที่อยู่ในป่า เป็นต้นไม้ใหญ่ที่มีอายุยืน นิยมปลูกตามวัด ดอกโศกมีสีแดงอมเหลือง เมื่อบานเต็มที่จะเป็นสีแดง ดอกและยอดอ่อนนำมาทำเป็นอาหารรับประทานเป็นผักอย่างหนึ่งได้ โศกไม่นิยมปลูกตามบ้าน เนื่องจากเป็นความเชื่อว่า ชื่อไม่เป็นศิริมงคล เชื่อกันว่าถ้าปลูกต้นโศกจะทำให้คนในบ้านมีแต่เรื่องเศร้าโศก

รายการอาหาร แกงส้มดอกโศก พล่าดอกโศก ดอกโศกน้ำพริกก้อย






ภาพจาก DSW









กลับสู่ : หน้าหลัก พืชผัก พืชสมุนไพร

ดอกจำปูน

ดอกไม้ประจำจังหวัด พังงา

ชื่อสามัญ Jum-poon

ชื่อวิทยาศาสตร์ Anaxagorea siamensis

วงศ์ ANNONACEAE

ลักษณะทั่วไป เป็นพรรณไม้ยืนต้นขนาดกลาง ต้นใบและกิ่งคล้ายๆ กระดังงา ลำต้นสูงประมาณ 10-15 เมตร กิ่งก้านจะเกลี้ยง ลำต้นตรง เปลือกเรียบมีสีเทาคล้ำ ใบสีเขียวเป็นมัน พื้นใบเกลี้ยง ยาวประมาณ 4-6 นิ้ว ดอกเป็นดอกเดี่ยว ออกตามยอดหรือโคนก้านใบ ลักษณะดอกจะแข็ง มีสีขาวเป็นมัน มี 3 กลีบ เมื่อบานเต็มที่ประมาณ 1 นิ้ว มีกลิ่นหอมแรงตอนกลางวัน

การขยายพันธุ์ โดยการเพาะเมล็ดและการตอนกิ่ง แต่เพาะเมล็ดจะได้ผลดีกว่า

สภาพที่เหมาะสม เป็นไม้กลางแจ้ง ขึ้นได้ในดินทุกชนิด

ถิ่นกำเนิด ภาคใต้ของประเทศไทย




กลับสู่ : หน้าหลัก พืชผัก พืชสมุนไพร

ดาวกระจาย

การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์

อาณาจักร Plantae

ส่วน Magnoliophyta

ชั้น Magnoliopsida

อันดับ Asterales

วงศ์ Compositae

สกุล Cosmos


สปีชีส์ Cosmos sulphureus

ชื่อสามัญ : Mexican Diasy, Cosmos

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Cosmos sulphureus Cav.
ตระกูล : Compositae

ถิ่นกำเนิด : อเมริกากลาง



ลักษณะทั่วไป

ดาวกระจายมีพุ่มต้นสูง 3-4 ฟุต เป็นไม้ดอกที่พบปลูกตามรั้วบ้าน และขึ้นเองทั่วไปตามริมทาง
เมล็ดงอกง่ายเจริญเติบโตเร็วเมื่อต้นโตเต็มที่จะออกดอกสะพรั่งทยอยบานนาน 4- 6 สัปดาห์จากนั้นดอกจะโรยพร้อมกับติดเมล็ดเพราะดอกเป็นช่อกระจุกตามซอกใบและปลายกิ่งดอกวงนอกเป็นหมันกลีบดอกมีสีต่างๆมีตั้งแต่สีชมพู ชมพูอมม่วง แดง ขาว กลีบดอกบาง มี 8 กลีบสีเหลืองถึงสมมีหลายพันธุ์ เช่น พันธุ์ดอกซ้อนมีพุ่มเตี้ย ส่วนดอกวงในเป็นดอกสมบูรณ์เพศกลีบดอกเป็นหลอดสีเหลืองปลายจักส่วนมากเป็นดอกชั้นเดียว ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางดอก ประมาณ 3 นิ้ว

สภาพการปลูก

ดาวกระจายเป็นไม้ดอกอีกชนิดหนึ่งที่ปลูกง่ายเลี้ยงง่ายและโตเร็ว สามารถขึ้นได้ในทุกที่ ๆ มีแสงแดดจัด ไม่ว่าจะเป็นฤดูร้อน หนาวหรือฝน

การขยายพันธุ์

ขยายพันธุ์โดย การเพาะเมล็ด

การดูแลรักษา

การรดน้ำทำตามความจำเป็น เตรียมดินก่อนปลูกให้พอสมควร เมื่อต้นงอกและมีขนาดโตคือมีใบจริง 2-3 คู่ ใส่ปุ๋ยผสม 15-15-15 หรือใกล้เคียง ต้นละประมาณ 1 ช้อนชา เพียงครั้งเดียว ดาวกระจายจะงามทั้งต้นและดอก แต่มีข้อเสียนิดหน่อย คือ ดาวกระจายมีอายุค่อนข้างสั้น ออกดอก เพียง 3-4 ชุดด้นจะโทรม และตายในที่สุด จึงต้องขยันปลูกใหม่เสมอ



กลับสู่ : หน้าหลัก พืชผัก พืชสมุนไพร

มะลิลา

ชื่อวิทยาศาสตร์: Jasminum sambac (L.) Aiton

ชื่อสามัญ: Arabian Jasmine, Jusmine, Kampopot

ชื่ออื่น: มะลิซ้อน (ภาคกลาง), มะลิป้อม (ภาคเกนือ), มะลิหลวง (แม่ฮ่องสอน), ข้าวแตก (ฉาน-แม่อ่องสอน), เตียมุน (ละว้า-เชียงใหม่), มะลิขี้ไก่ (เชียงใหม่)

วงศ์: OLEACEAE

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์: ไม้พุ่ม แกมเถา กิ่งอ่อนมีขนสั้นๆ สีขาว

ใบ ใบเรียงตรงข้าม ใบประกอบแบบขนนก มีใบย่อยใบเดียว รูปไข่ รีหรือรีขอบขนาน กว้าง 3-5 ซม. ยาว 6-10 ซม. โคนใบมนหรือสอบ ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ ผิวใบเรียบเป็นมัน ด้านท้องใบเห็นเส้นใบชัดเจน เส้นใบขนาดใหญ่มี 4-6 คู่ ก้านใบสั้นมากและมีขน

ดอก ดอกช่อออกตามซอกใบและปลายกิ่ง มีทั้งดอกลาและดอกซ้อน โคนกลีบดอกจะเชื่อมกันเป็นหลอด ยาวประมาณ 1.5 ซม. ปลายแยกเป็น 5-8 กลีบ เมื่อดอกย่อยบานมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 2-3 ซม. ดอกที่อยู่ตรงกลางจะบานก่อน มีกลิ่นหอมแรง แต่ละดอกมีกลีบเลี้ยงเป็นหลอดสีเขียวอมเหลืองอ่อน ส่วนปลายแยกเป็น เส้น เกสรเพศผู้ 2 อันติดกับกลีบดอกในหลอดสีขาว มักไม่ติดผล




กลับสู่ : หน้าหลัก พืชผัก พืชสมุนไพร

วันศุกร์ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2553

ดาวเรือง

อาณาจักร Plantae

ส่วน Magnoliophyta

ชั้น Magnoliopsida

อันดับ Asterales

วงศ์ COMPOSITAE

สกุล Tagetes

สปีชีส์ T. erecta

ชื่อวิทยาศาสตร์ Tagetes Patulal French Marigold

ตระกูล Compositae-Asteraceae

ชื่อพฤกษาศาสตร์ Tagetes erecta

ถิ่นกำเนิด อเมริกาใต้และประเทศเม็กซิโก

วรรณคดีที่กล่าวถึง นิราศธารทองแดง

การขยายพันธุ์ การเพาะเมล็ด

ลักษณะทั่วไป

เป็นไม้พุ่ม อายุสั้น สูง 20-50 ซม. ลำต้นกลม มักมีสีม่วงปน ใบประกอบ ใบย่อยหยักลึกสุดแบบขนนก เป็นแฉกรูปใบหอกถึงรูปแถบแคบ สีเขียวสดใบมันมีกลิ่นหอมเฉพาะ ดอกออกเป็นดอกเดี่ยวๆที่ปลายยอด มีด้วยกันหลายสี เช่น สีเหลืองสม สีส้ม สีแดง หรือมีหลายสีในดอกเดียวกัน ชึ่งดาวเรืองฝรังเศสเป็นชนิด 2 สีในดอกเดียวกัน โดยผู้ขายเรียกเป็นภาษาไทยว่า ดาวเรืองไข่ดาว ดอกวงในเป็นสีเหลืองสดหรือสีเหลือง ทองจำนวนมากเบียดกันแน่นเป็นรูปทรงกลมคว่ำ มีกลีบดอกวงนอกเป็นสีแดวสดหรือสีแดงซ้ำๆชั้นเดียว เรียงรอบขอบ กลีบดอกชั้นในทำให้ดูสวยงามน่ารักมาก ผลเป็นรูปแบนมีจำนวนมาก ดอกออกเมื่อต้นสมบูรณ์

ฤดูกาลออกดอก

ในช่วงปลายปีถึงต้นปี

สภาพการปลูก

ดาวเรืองฝรั่งเศสเป็นพรรณไม้ทีชอบแสงแดด ไม่ชอบน้ำท่วมขัง ชอบดินโปร่ง

การขยายพันธุ์

ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด

การปลูกและดูแลรักษา

ดินที่ใช้ปลูกดาวเรืองฝรั่งเศสควรเพิ่มฟางแห้งสับละเอียด 2 ส่วน ปุ๋ยคอก 1 ส่วน ทรายหยาบ 1 ส่วนคลุกทุกอย่างให้เข้ากันจนได้ที่ ถ้าปลูกลงแปลงจำนวนหลายต้น ต้องยกแปลงปลูกให้สูง เกลี่ยดินหน้าแปลงให้เรียบ ปลูกห่างกัน 1 ฟุตต่อต้น ถ้าปลูกลงกระถางทำทางระบายน้ำก้นกระถางให้ดี นำไปตั้งในที่แจ้งรดน้ำด้วยบัวฝอยพอชุ่มเช้าเย็น บำรุงปุ๋ยขี้วัวหรือขี้ควายแห้ง โรยตามหน้าแปลงและใต้โคนต้นที่ปลูกในกระถาง สลับกับปุ๋ย16-16-16 เดือนละครั้ง จะทำให้มีดอกสวยงาม ซึ่งเมื่อดอกเริ่มแก่หรือโรยสามารถเก็บไปเพาะขยายพันธุ์ปลูกทดแทนได้

ดอกไม้สัญลักษณ์

ดอกดาวเรืองเป็นดอกไม้ประจำจังหวัดสมุทรปราการ

การใช้ประโยชน์

ดอกดาวเรืองใช้ร้อยพวงมาลัยชนิดต่างๆเพื่อการบูชาพระและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อ กลีบดอกดาวเรืองมีสารสีเหลืองที่เรียกว่า xanthophyll สูง จึงมีการปลูกเพื่อเก็บดอกเพื่อเอาไปเป็นส่วนผสมของอาหารไก่ไข่เพื่อให้ไข่แดงมีสีแดงสวยทดแทนสารสังเคราะห์

ดาวเรืองสะสมสารหนูได้ 42% ในใบ จึงมีประโยชน์ในการฟื้นฟูดินที่ปนเปื้อนสารหนู





กลับสู่ : หน้าหลัก พืชผัก พืชสมุนไพร

ดอกแก้ว

อาณาจักร Plantae

ส่วน Magnoliophyta

ชั้น Magnoliopsida

อันดับ Sapindales

วงศ์ Rutaceae

สกุล Murraya

สปีชีส์ Murraya paniculata

แก้ว เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลาง ใบออกเป็นช่อเป็นแผงออกใบเรียงสลับกันช่อหนึ่งประกอบด้วยใบย่อยประมาณ 4-8 ใบ ดอกสีขาว กลิ่นหอม
ชื่อวิทยาศาสตร์: Murraya paniculata (L.) Jack.; ชื่ออังกฤษ: Orange Jessamine, Satin-wood, Cosmetic Bark Tree)

ชื่อพื้นเมืองอื่น

กะมูนิง, แก้วขาว, แก้วขี้ไก่ (ใต้), แก้วพริก (เหนือ), แก้วลาย, จ๊าพริก, ตะไหลแก้ว

ลักษณะทั่วไป

แก้วเป็นพรรณไม้ยืนต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลางลำต้นมีความสูงประมาณ5-10 เมตรเปลือกลำต้นสีขาวปนเทาลำต้นแตกเป็นสะเก็ดเป็นร่องตามยาวการแตกกิ่งก้านของทรงพุ่มไม่ค่อยเป็นระเบียบใบออกเป็นช่อเป็นแผงออกใบเรียงสลับกันช่อหนึ่งประกอบด้วยใบย่อยประมาณ 4-8 ใบใบเป็นมันสีเขียวเข้มขยี้ดูจะมีกลิ่นฉุนแรงขอบใบเรียบเป็นคลื่นเล็กน้อยขนาดของใบกว้างประมาณ 2 - 4 เซนติเมตร ยาวประมาณ3-6 เซนติเมตรออกดอกเป็นช่อใหญ่ช่อสั้นออกตามปลายกิ่งหรือยอดช่อหนึ่งมีดอกประมาณ 5 - 10 ดอก แต่ละดอกมีกลีบดอก 5 กลีบ ดอกสีขาว กลิ่นหอม ดอกบานเต็มที่กว้างประมาณ 2 - 3 เซนติเมตร ผลรูปไข่ รีปลายทู่ มีสีส้ม ภายในมีเมล็ด 1 - 2 เมล็ด

การปลูก

การปลูกแบ่งเป็น 2 วิธี

การปลูกในแปลงปลูกเพื่อประดับบริเวณบ้านและสวน คนไทยโบราณนิยมปลูกไว้เพื่อเป็นแนวรั้วบ้าน ขนาดหลุมปลูก 30 x 30 เซนติเมตร ใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก : ดินร่วน อัตรา 1 : 2 ผสมดินปลูก การปลูกแบบนี้สามารถปลูกเป็นกลุ่ม หรือเป็นแถวก็ได้และสามารถตัดแต่งบังคับทรงพุ่มได้ตามความต้องการของผู้ปลูก
การปลูกในกระถางเพื่อประดับภายนอกอาคาร ควรใช้กระถางทรงสูงขนาด 12 - 16 นิ้ว ใช้ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยหมัก : ดินร่วนอัตรา 1 : 1 ผสมดินปลูก และควรเปลี่ยนกระถาง 1 - 2 ปี/ ครั้ง หรือตามความเหมาะสมของการเจริญเติบโตของทรงพุ่ม เพราะการขยายตัวของรากแน่นเกินไปและเพื่อเปลี่ยนดินปลูกใหม่ทดแทนดินปลูกเดิมที่เสื่อมสภาพไปแสง ต้องการแสงแดดจัด หรือกลางแจ้ง

การดูแลรักษา

น้ำ ต้องการน้ำปริมาณปานกลาง ควรให้น้ำ 3 - 5 วัน / ครั้ง

ดิน ดินร่วนซุย ดินร่วนทราย

ปุ๋ย ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก อัตรา 1 - 2 กิโลกรัม/ต้น ใส่ปีละ 4 - 6 ครั้ง หรือใช้ปุ๋ยวิทยาศาสตร์ สูตร 15-15-15อัตรา 200- 300 กรัม/ต้น ใส่ปีละ 4 - 6 ครั้ง

การขยายพันธุ์
โดยการเพาะเมล็ดและการตอน

โรคและแมลง

ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องโรคและแมลง เพราะเป็นไม้ที่มึความทนทานต่อสภาพธรรมชาติพอสมควร

วรรณกรรม

แก้วปรากฏในวรรณกรรมเรื่อง นิราศธารทองแดง พระนิพนธ์เจ้าฟ้าธรรมาธิเบศร

กล้วยไม้ห้อยต่ำเตี้ย
นมตำเลียเรี่ยทางไป
หอมหวังวังเวงใจ
ว่ากลิ่นแก้วแล้วเรียมเหลียว

การเป็นมงคล

คนไทยโบราณเชื่อว่า บ้านใดปลูกต้นแก้วไว้ประจำบ้านจะทำให้คนในบ้านมีความดี มีคุณค่าสูง เพราะคำว่า แก้ว นั้นหมายถึง สิงที่ดีมีค่าสูงเป็นที่นับถือบูชาของบุคคลทั่วไปซึ่งโบราณได้เปรีบเทียบของที่มีค่าสูงนี้เสมือนดั่งดวงแก้วนอกจากนี้คนโบราณยัง มีความเชื่ออีกว่า บ้านใดปลูกต้นแก้วไว้ประจำบ้านจะทำให้เป็นคนที่มีจิตใจบริสุทธิ์ มีความเบิกบาน เพราะแก้วคือความใสสะ อาดความสดใสนอกจากนี้ดอกแก้วยังมีสีขาวสะอาดสดใสมีกลิ่นหอมนวลไปไกลและยังนำดอกแก้วไปใช้ในพิธีบูชาพระในพิธี ทางศาสนาได้เป็นสิริมงคลยิ่งอีกด้วย

ตำแหน่งที่ปลูกและผู้ปลูก

เพื่อเป็นสิริมงคลแก่บ้านและผู้อาศัย ควรปลูกต้นแก้วไว้ทางทิศตะวันออก ผู้ปลูกควรปลูกในวันพุธ เพราะโบราณเชื่อว่าการปลูกไม้เอาประโยชน์ทั่วไปทางดอกให้ปลูกในวันพุธ





กลับสู่ : หน้าหลัก พืชผัก พืชสมุนไพร

วันพฤหัสบดีที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2553

ดอกปีบ

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Millingtonia hortensis L.f.


ชื่อสามัญ : Cork Tree , Indian Cork


วงศ์ : BIGNONIACEAE


ชื่ออื่น : กาซะลอง กาดสะลอง (ภาคเหนือ) เต็กตองโพ่ (กะเหรี่ยง-กาญจนบุรี)


ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ไม้ยืนต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลาง สูงประมาณ 5-10 เมตร ลำต้นตรง เปลือกมีสีเทาเข้มแตกเป็นร่องลึก มีช่องอากาศ รากเกิดเป็นหน่อ เจริญเป็นต้นใหม่ได้ ใบ เป็นใบประกอบแบบขนนก 3 ชั้น กว้าง 13-20 ซม. ยาว 16-26 ซม. ก้านใบยาว 3.5-6 ซม. ตัวใบประกอบด้วยแกนกกกลางยาว 13-19 ซม. มีใบย่อย 4-6 คู่ ใบย่อย 4-6 คู่ กว้าง 2.5-3 ซม. ยาว 4-5 ซม. มีรูปร่างเป็นรูปหอกแกมรูปไข่ ฐานใบรูปลิ่ม ขอบหยักเป็นซี่หยาบ ปลายเรียวแหลม เนื้อใบบางคล้ายกระดาษ เกลี้ยง ดอกเป็นดอกช่อกระขุกแยกแขนง ยาว 10-25 ซม. ดอกย่อยประกอบด้วย กลีบเลี้ยง มีสีเขียว กว้างประมาณ 0.5 ซม. ยาวประมาณ 0.5 ซม. เชื่อมกันเป็นรูประฆังปลายตัด กลีบดอกมีสีขาว กลิ่นหอม กว้างประมาณ 0.5 ซม. ยาว 6-10 ซม. เชื่อมกันเป็นหลอดปากแตร แยกเป็น 5 แฉก 3 แฉกรูปขอบขนาน 2 แฉกล่างค่อนข้างแหลม เกสรเพศผู้มีจำนวน 4 อัน สองคู่ยาวไม่เท่ากัน เกสรเพศเมียมีจำนวน 1 อัน อยู่เหนือวงเกลีบ ออกดอกประมาณเดือนพฤศจิกายน - พฤษภาคม ผล เป็นผลแห้งแตก ลักษณะแบนยาวขอบขนาน มีเนื้อ เมล็ดมีจำนวนมา เป็นแผ่นบางมีปีก


ส่วนที่ใช้ : ราก ดอก ใบ


สรรพคุณ : เป็นพืชที่นำมาใช้ในการรักษาโรคได้หลายชนิด ในตำรายาไทย เช่น


ราก - บำรุงปอด รักษาวัณโรค อาการหอบหืด


ดอก - ใช้รักษาอาการหอบหืด ไซนัสอักเสบ เพิ่มการหลั่งน้ำดี (cholagogue) เพิ่มรสชาติ นำดอกปีบแห้ง ผสมยาสูบมามวนเป็นบุหรี่ สำหรับสูบสูด เพื่อรักษาอาการหอบหืด


ใบ - ใช้มวนบุหรี่สูบแทนฝิ่น ขยายหลอดลม ใช้รักษาอาการหอบหืดได้เช่นกัน


วิธีและปริมาณที่ใช้


แก้หอบหืด ใช้ดอกแห้ง 6-7 ดอก มวนเป็นบุหรี่สูบ


นักวิทยาศาสตร์ ได้ทำการสกัดส่วนต่าง ๆ ของปีบ เพื่อหาส่วนประกอบต่าง ๆ ที่มีฤทธิ์ในการรักษา ตรวจพบสาร Scutellarein และ Scutellarein-5-galactoside จากดอกปีบ ต่อมาตรวจพบว่าในใบ มีสาร hispidulin


ในผล พบ acetyl oleanolic acid


ในดอก มีสาร Scutellarein, hispidulin และ Scutellarein-5-galactoside


ในราก พบสาร hentriacontane, lapachol, hentria contanol-1, B-stosterol และ paulownin


ในส่วนของแก่นไม้และเปลือกของต้น พบสาร B-stosterol นำมาสก้ดออกจากดอกปีบแห้งโดยนำสารสกัดด้วย methanol มาแยกลำดับส่วนด้วย ปีโตรเลียมอีเธอร์ คลอโรฟอร์ม บิวธานอล และน้ำ นำส่วนต่าง ๆ เหล่านี้มาทดสอบฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา พบว่าส่วนสกัดจากคลอโรฟอร์ม จะมีฤทธิ์ขยายหลอดลมในขณะที่ส่วนสกัด Butanol และน้ำ จะมีฤทธิ์ทำให้หลอดลมหดตัว และพบว่าส่วนสกัดแยกส่วนด้วย Butanol จากสารสกัดด้วยน้ำ มีฤทธิ์ขยายหลอดลม จากการศึกษานี้ จึงเชื้อว่า hispidulin มีบทบาทสำคัญในการขยายหลอดลม ซึ่งขณะนี้กำลังมีผู้วิจัยศึกษาถึงฤทธิ์ ขยายหลอดลมในร่างกายของสัตว์ทดลอง


สำหรับการศึกษาในด้านความปลอดภัย ของการใช้ดอกปีบในการรักษา ได้ศึกษาพิษเฉียบพลัน (acute) และกึ่งเฉียบพลัน (Subacute toxicity) อย่างไรก็ตาม การที่จะอธิบายได้ว่าผลที่เกิดขึ้นนี้ จากสารสกัดตัวใดนั้น ยังให้คำตอบไม่ได้ ต้องศึกษาสาระสำคัญแยกกันไป แม้ว่า hispidulin จะเป็นสาระสำคัญตัวหนึ่งที่แยกได้จากส่วนของคลอโรฟอร์ม พบว่าสาร hispidulin ที่มีปรากฏอยู่ในส่วนสกัดจากคลอโรฟอร์มนั้น จะปรากฏอยู่ประมาณ 0.364% W/W ดังนั้นจึงควรทำการศึกษาพิษของ hispidulin ที่แยกให้บริสุทธิ์ แล้วจึงจะให้คำตอบที่ชัดเจนและถูกต้อง


การศึกษาฤทธิ์อื่น ๆ ของสาร hispidulin และสารอื่น ๆ ที่แยกได้จากปีบ ควรที่ได้ศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมตลอดจนกลไกที่เกี่ยวข้องกับการออกฤทธิ์นั้นเพื่อประเมินศักยภาพของปีบ ในการนำมาใช้ในการรักษาหอบหืดในอนาคต




กลับสู่ : หน้าหลัก พืชผัก พืชสมุนไพร

ดอกบานชื่น

ชื่อวิทยาศาสตร์ Zinnia Violacea Cav

ชื่อสามัญ Z. elegans Jacq

ถิ่นกำเนิด เม็กซิโก


ลักษณะทั่วไป ไม้ดอกอายุหลายปีพุ่มสูง 0.45-1 เมตร ลำต้นตรงสีเขียวอมเหลืองหรือม่วงมีขนสีขาวเส้นยาวอ่อนนุ่มแนบผิวลำต้น ใบรูปใบหอกหรือไข่แกมขอบหนามปลายแหลม โคนมน ผิวใบมีขนหยาบ ก้านใบสั้น ดอกออกเป็นช่อกระจุก มีทั้งดอกชั้นเดียวและดอกซ้อน ขนาด 4-10 เซรติเมตร กลีบดอกวงนอกรูปขอบหนาม สีขาวนวล เหลือง ชมพู ส้ม ม่วง แดง และสองสีในดอกเดียวกันกลีบดอกวงในรูปหลอด สีเหลือง ดอกมีรูปทรงและการเรียงกลีบดอกหลายแบบ เมล็ดขนาดใหญ่ 100-200 เมล็ด


ขยายพันธุ์ เพาะเมล็ด โดยกลบเมล็ดบาง ๆ เมล็ดงอกภายใน 10-20 วันเวลาเพาะ-ออกดอก 60-90 วัน


สภาวะที่เหมาะสม แสงแดดจัด ดินปลูกระบายน้ำดี

ประโยชน์ ไม้ตัดดอก ไม้กระถาง ไม้ประดับแปลงประเภทของดอกไม้ ช่อกระจุกเล็ก

ประเภทของต้นไม้ ไม้ล้มลุก

แหล่งที่พบ ร้อนชื้น น้ำระบายได้ดีไม่ชอบน้ำขัง

การบานของดอก บานสลับทีละดอก

ตำแหน่งการเกิดดอก ปลายยอดแตกกิ่งออกตามซิกใบ และที่ยอดสุดกลีบดอก (สี,จำนวน,ขนาด) มีหลายสี เช่น ชมพู บานเย็น แดง เหลือง ขาวมี 20-30 กลีบขนาด1-4 ซ.ม.จำนวนกลีบเลี้ยง (สี) สีเขียวจำนวนมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับขนาดดอก  เกสรตัวผู้ (จำนวน,ขนาด,ลักษณะ) จะเป็นสีเหลืองอยู่เป็น กระจุกตรงกลางดอกมีจำนวนมากเกสรตัวผู้ จะเห็นชัดเจนเพราะอยู่ด้านบนเกสรตัวเมียจำนวน,ขนาด,ลักษณะ) จะอยู่กับกลีบประดับ จำนวนเท่ากับกลีบประดับจะเห็นอันเล็ก ๆ โผ่ออกมานิดเดียวจากลีบดอก
กลิ่น มีกลิ่น




จากเวป
http://schoolnet.nectec.or.th/library/webcontest2003/100team/dlcs060/webforwer/Banchoen/Banchoen.htm




กลับสู่ : หน้าหลัก พืชผัก พืชสมุนไพร
Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...