แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ผักปลัง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ผักปลัง แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2552

ผักปลังแดง

ชื่อ ผักปลังแดง

ชื่ออื่น ผักปั๋ง ผักปลังใหญ่ โปแดงฉ้าย

ชื่อวิทยาศาสตร์ Basella alba Linn. (Basella rubra Linn.)

วงศ์ BASELLACEAE

ชื่อสามัญ Ceylon Spinach, East Indian Spinach, Malabar Nightshade

แหล่งที่พบ พบทุกภาคของประเทศ

ประเภทไม้ ไม้เถาเลื้อย

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

ต้น ไม้เลื้อยพาดต้นไม้อื่น ลำต้นอวบน้ำสีแดงขนาดเท่านิ้วมือ ผิวเรียบเป็นมันวาว

ใบ ใบเดี่ยวเรียงสลับ ก้านใบสั้น ใบรูปไข่ม้วน ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ แผ่ใบค่อนข้างเรียบและ ม้วนขึ้นเล็กน้อย ฉ่ำน้ำสีแดงเข้ม

ดอก ดอกช่อยาว 5-10 ซม. แตกออกตามซอกใบ ก้านดอกสีแดง ดอกสีขาวขนาดเล็กมี 10-15 ดอกต่อช่อ

ผล ทรงกลมฉ่ำน้ำสีม่วงเข้ม มีเมล็ดภายในผลมีสีน้ำตาล 1 เมล็ด

ส่วนที่ใช้บริโภค ยอดอ่อน ช่อดอกอ่อน

การขยายพันธุ์ เมล็ด ปักชำ

สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ดินร่วน ชุ่มชื้นระบายน้ำดี

ฤดูกาลที่ใช้ประโยชน์ ตลอดปี

การปรุงอาหาร ยอดอ่อน ช่อดอกอ่อน นำมาลวกรับประทานกับน้ำพริก ช่อดอกอ่อนนำไปปรุงอาหาร เช่น แกงส้ม แกงเมือง

ผักปลังขาว

ชื่อ ผักปลังขาว

ชื่ออื่น ผักปลังใหญ่ ผักปั๋ง ผักปลัง โปเด้งฉ่าย

ชื่อวิทยาศาสตร์ Basella alba Linn.

วงศ์ BASELLACEA

ชื่อสามัญ Vinespinach, Malabar nightshade

แหล่งที่พบ ทั่วทุกภาคของประเทศ

ประเภทไม้ ไม้เถาล้มลุก

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

ต้น เป็นไม้เลื้อยพันต้นไม้อื่น ลำต้นกลมอวบน้ำสีเขียวอ่อน ผิวเรียบเป็นมันไม่มีขน แตกกิ่งก้านสาขาได้มากลำต้นเป็นสีเขียว

ใบ เป็นใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปร่างเป็นรูปไข่ รูปหัวใจหรือรูปไข่แกมขอบขนานของใบเรียบแผ่นใบอวบน้ำ เป็นมันวาวไม่มีขน หากขยี้ดูจะเป็นเมือกเหนียวใบสีเขียวอ่อน ใบกว้าง 2-6 ซม. ยาว 2.5-7.5 ซม.

ดอก เป็นดอกช่อออกตามซอกใบ มีดอกติดอยู่ที่ก้าน และใบประดับ 2 ใบเล็กๆ ติดอยู่โคนของกลีบดอกกลีบดอกมีฐานติดกัน ปลายแยกออกเป็น 5 แฉก ดอกสีขาว

ผล มีรูปร่างกลม เส้นผ่าศูนย์กลาง 5-6 มม. ผลอ่อนสีเขียว ผลสุกสีม่วงอมดำ เนื้อนุ่มภายในผลมีน้ำสีม่วงดำหรือขาว

เมล็ด ทรงกลม สีน้ำตาลเปลือกแข็ง

ส่วนที่ใช้บริโภค ยอดอ่อน ใบอ่อน ดอกอ่อน ผลอ่อน

การขยายพันธุ์ เมล็ด ปักชำเถาแก่

สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ชอบที่ชื้นระบายน้ำดี แสงแดดร่ำไร

ฤดูกาลที่ใช้ประโยชน์ ตลอดปี มีมากฤดูฝน - ฤดูหนาว

การขยายพันธุ์ เมล็ด ปัดชำเถาแก่

สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ชอบที่ชื้นระบายน้ำดี แสงแดดร่ำไร

ฤดูกาลที่ใช้ประโยชน์ ตลอดปี มีมากฤดูฝน - ฤดูหนาว

การปรุงอาหาร ยอดอ่อน ใบอ่อน ดอกอ่อน นำมาลวกหรือต้มให้สุกรับประทานเป็นผักร่วมกับน้ำพริก นำไปประกอบอาหาร เช่น แกงส้ม แกงแค แกงใส่อ่อมหอย ผัด

ลักษณะพิเศษ ผักปลัง รสจืด เย็น สรรพคุณช่วยให้ท้องระบายอ่อนๆ ส่งผลดีต่อระบบขับถ่ายของร่างกาย

ผักปลัง

ชื่อ ผักปลัง

วงศ์ BASELLACEAE

ชื่อวิทยาศาสตร์ Basella alba Linn.
Basella rubra Linn. (Syn.)

ชื่อพื้นเมือง ผักปั๋ง

ส่วนที่เป็นผัก ยอดอ่อน ใบอ่อน ดอกอ่อน

ฤดูกาล / รส ฤดูฝนและฤดูหนาว / รสขมจัด

การขยายพันธุ์ เพาะเมล็ด ชำกิ่งแก่

ประโยชน์ทางยา ใบ-ขับปัสสาวะ ดอก-แก้เกลื้อน ราก-แก้มือเท้าด่าง แก้รังแค ก้าน-แก้ท้องผูก

ลักษณะพฤกษศาสตร์

ผักปลังเป็นไม้เลื้อย ลำต้นกลม อวบน้ำไม่มีขน แตกกิ่งก้านสาขาได้มาก ลำต้นเป็นสีเขียวหรือสีม่วงแดง แผ่นใบอวบน้ำใบรูปร่างเป็นรูปไข่หัวใจหรือปนขอบขนานใบกว้าง 2-6 ซม. ยาว 2.4-7.5 ซม.ใบลักษณะมัน ไม่มีขน หากขยี้ดูจะเป็นเมือก เหนียว ดอกเป็นดอกช่อ ดอกของผักปลังขาวสีขาว ดอกของผักปลังแดงสีขาวอมชมพู ใบประดับ 2 ใบเล็กๆ ติดกันและปลายแยกออกเป็น 5กลีบ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 5-6 มม. ลูกแก่จะมีสีม่วงอมดำ เนื้อนิ่มภายในผลมีน้ำสีม่วงดำหรือสีขาว

การปลูก

ผักปลังพบในบริเวณไร่เลื่อนลอยและพบขึ้นได้เองตามที่ชื้นทั่วไป ผักปลังเป็นไม้ที่ปลูกง่ายและออกยอดเกือบตลอดปี ชาวบ้านภาคอีสานและภาคเหนือมักนำไปปลูกบริเวณรั้วบ้าน ผักปลังขยายพันธุ์ได้ 2 วิธีคือ การเพาะเมล็ดและการชำกิ่งแก่ การเพาะเมล็ดทำได้โดยนำเมล็ดแก่ไปตากแห้ง แล้วนำไปชำในถุง หรือ กระถางรอจนเกิดต้นอ่อนแล้วนำไปปลูกตามริมรั้ว หรือสร้างค้างให้เลื้อย ผักปลังเพาะได้ช่วงพฤษภาคมหรือต้นฤดูฝน

ประโยชน์ทางยา

ก้าน สรรพคุณแก้พิษฝี แก้ขัดเบา แก้พรรดึก แก้ท้องผูก ลดไข้ นอกจากนี้หมอตำแยทางภาคเหนือได้นำใบผักเอาน้ำคั้นเมือกมาทาช่องคลอด ช่วยให้หญิงมีครรภ์คลอดง่ายขึ้น และแนะนำให้หญิงมีครรภ์รับประทานผักปลัง

ใบ สรรพคุณ ขับปัสสาวะ แก้อาการอักเสบ แก้กลาก บรรเทาอาการผื่นคัน

ดอก สรรพคุณ แก้เกลื้อน

ราก สรรพคุณ แก้มือเท้าต่าง แก้รังแค แก้พิษพรรดึก

ประโยชน์ทางอาหาร ส่วนที่เป็นผัก/ฤดูกาล ยอดอ่อนใบอ่อนและดอกอ่อน รับประทานเป็นผักออกในฤดูฝน และฤดูหนาว

รสและประโยชน์ต่อสุขภาพ

ยอดอ่อน ใบอ่อน ดอกอ่อน รสจืดเย็น เป็นผักที่มีสรรพคุณตามที่กล่าวแล้วช่วยให้ท้องระบายอ่อนๆ ส่งผลดีต่อระบบขับถ่ายของร่างกาย ผักปลัง 100 กรัม ให้พลังงานต่อร่างกาย 21 กิโลแคลอรี่ ประกอบด้วยเส้นใย 0.8 กรัม แคลเซียม 4 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 40 กรัม มิลลิกรัม เหล็ก 1.5 มิลลิกรัม วิตามินเอ 9,316 IU วิตามินบีหนึ่ง 0.07 มิลลิกรัม วิตามินบีสอง 0.20 มิลลิกรัม วิตามินซี 26 มิลลิกรัม

การปรุงอาหาร

ผักปลังเป็นผักที่มีจำหน่ายในตลาดทุกภาคของประเทศโดยเฉพาะชาวเหนือและชาวอีสานจะรับประทานผักปลังจิ้มกับน้ำพริก ชาวเหนือและชาวอีสานยังนำยอกอ่อนแกงส้ม แกงแค แกงปลา ผัดกับแหนม หรือใส่แกงอ่อมหอยอีกด้วย

ตัวอย่างอาหาร แกงผักปลัง(อาหารเหนือ)

เครื่องปรุง ผักปลัง 1 กำ ปลาแห้ง 2 ขีด (อาจใช้แทนหรือแคบหมูแทนก็ได้) พริกแห้ง 2 เม็ด หัวหอม 2 หัว กระเทียม 5 กลีบ ปลาร้าสับ 1 ช้อนโต๊ะ กะปิ ? ช้อนโต๊ะ เกลือ ? ช้อนโต๊ะ

วิธีปรุง

1 เด็ดผักปลังเป็นท่อนสั้นๆ ล้างให้สะอาดและพักไว้
2 โขลกพริกแห้ง หัวหอม กะปิ กระเทียม ปลาร้า เกลือ ให้ละเอียด
3 นำหมอใส่น้ำและต้มปลาแห้งให้เดือดได้ที่แล้ว ใส่น้ำพริกแกง ที่โขลกไว้แล้วจากนั้นจึงใส่ผักปลังคนให้สุกทั่วปรุงรสตามชอบใจและยกลง

นอกจากนี้ผลของผักปลังที่มีสีม่วงดำยังสามารถนำมาผสมกับขนมได้ เช่น ขนมบัวลอย ขนมเปียกปูน ขนมน้ำดอกไม้เป็นต้น
Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...