ถั่วไมยรา (Desmanthus virgatus)
ถั่วไมยราหรือถั่วเดสแมนธัส หรือ เฮดจ์ลูเซอร์น เป็นพืชมีอายุหลายปี เป็นไม้ทรงพุ่มค่อนข้างตั้งตรง สูง 2.0–3.5 เมตร ใบและดอกคล้ายกระถิน แต่มีขนาดเล็กกว่า เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนในดินเหนียวที่มีความอุดมสมบูรณ์ค่อนข้างสูง ไม่ทนต่อสภาพน้ำท่วมขัง และดินกรดจัด ให้ผลผลิตน้ำหนักแห้ง 2 – 3 ตันต่อไร่ต่อปี มีโปรตีนประมาณ 17 เปอร์เซ็นต์
การเตรียมดิน ไถย่อยดิน โดยไถพรวน 2 – 3 ครั้ง ปรับหน้าดินให้สม่ำเสมอ
การปลูก ใช้เมล็ดพันธุ์อัตรา 2 กิโลกรัมต่อไร่ ก่อนปลูกแช่น้ำร้อนอุณหภูมิ 80 องศาเซลเซียส นาน 5 นาที โรยเมล็ดเป็นแถว แต่ละแถวห่างกัน 30- 60 เซนติเมตร
การใส่ปุ๋ย ควรใส่ปุ๋ยผสมสูตร 12-24-12 อัตราประมาณ 50 กิโลกรัมต่อไร่ เป็นปุ๋ยรองพื้น และอาจมีการใส่ปุ๋ยคอกร่วมด้วย ส่วนในปีต่อ ๆ ไป ควรใส่ปุ๋ยเช่นเดียวกันกับปีแรกในช่วงต้นฤดูฝน
การกำจัดวัชพืช ควรกำจัดวัชพืชครั้งแรกหลังจากปลูก 2-4 สัปดาห์ และหากมีวัชพืชขึ้นหนาแน่น ควรมีการกำจัดวัชพืชตามความจำเป็น
การใช้ประโยชน์ในการเลี้ยงสัตว์ การตัดถั่วไมยราครั้งแรก ควรตัดที่อายุ 60-70 วัน และตัดครั้งต่อไปทุก ๆ 30-45 วัน โดยตัดสูงจากพื้นดินประมาณ 30 เซนติเมตร สามารถนำไปใช้เลี้ยงโคนม โคเนื้อ กระบือ ทั้งในรูปถั่วสดและแห้ง
ถั่วคาวาลเคด (Centrosema pascuorum cv. Cavalcade)
เป็นพืชฤดูเดียว เถาเลื้อยใบดกมีสัดส่วนของใบมากกว่าลำต้น และเมื่อแห้งใบจะไม่ร่วงหล่นง่ายเหมาะสำหรับใช้ทำถั่วแห้งอัดฟ่อน จะให้ผลผลิตน้ำหนักแห้งประมาณ 1 ตันต่อไร่ มีโปรตีน 14-18 เปอร์เซ็นต์
การเตรียมดิน ไถย่อยดิน โดยไถพรวน 2 – 3 ครั้ง ปรับหน้าดินให้สม่ำเสมอ
การปลูก ใช้เมล็ดพันธุ์ถั่วคาวาลเคดอัตรา 4 กิโลกรัมต่อไร่ โรยเป็นแถวให้แต่ละแถวห่างกัน 25- 50 เซนติเมตร
การใส่ปุ๋ย ควรมีการใส่ปุ๋ยผสมสูตร 12-24-12 เป็นปุ๋ยรองพื้นในอัตราประมาณ 50 กิโลกรัมต่อไร่ และอาจจะต้องมีการใส่ปุ๋ยคอกร่วมด้วยการกำจัดวัชพืช
การกำจัดวัชพืช กำจัดครั้งแรกเมื่อถั่วมีอายุ 3-4 สัปดาห์ และหลังจากนี้ถ้าวัชพืชขึ้นหนาแน่น ควรมีการกำจัดวัชพืชอีกครั้งหนึ่ง
การใช้ประโยชน์ในการเลี้ยงสัตว์
การตัดถั่วคาวาลเคดเพื่อนำไปใช้เลี้ยงสัตว์ ควรตัดเมื่อถั่วมีอายุ 60-90 วัน และตัดสูงจากพื้นดิน 10- 20 เซนติเมตร สามารถตัดถั่วได้ 2-3 ครั้ง สามารถใช้เลี้ยงโคในรูปถั่วสดและแห้ง
ถั่วท่าพระสไตโล (Stylosanthes guianensis CIAT 184)
เป็นถั่วอายุสั้น 2–3 ปี มีทรงพุ่มตั้ง ขนาดต้นและทรงพุ่มใหญ่กว่าถั่วฮามาต้า ต้าทานโรคแอนแทคโนส แต่ไม่ชอบดินเค็มและดินด่าง (pH มากกว่า 8.5) ไม่ทนต่อการแทะเล็มเหยียบย่ำ หรือตัดบ่อย ๆ ให้ผลผลิตน้ำหนักแห้ง 1.5 – 2.5 ตันต่อไร่ต่อปีการปลูก
การเตรียมดิน ไถย่อยดินให้ดีเป็นพิเศษ โดยไถพรวน 2 – 3 ครั้ง ปรับหน้าดินให้สม่ำเสมอ
การปลูก ใช้เมล็ดพันธุ์อัตรา 2 กิโลกรัมต่อไร่ โรยเป็นแถวให้แต่ละแถวห่างกันประมาณ 30 เซนติเมตร หรือหว่านเมล็ดให้ทั่วทั้งแปลง ก่อนปลูกต้องแช่เมล็ดในน้ำร้อนอุณหภูมิประมาณ 80 องศาเซลเซียส นาน 5 นาที
การใส่ปุ๋ย ควรใส่ปุ๋ยผสมสูตร 12-24-12 อัตรา 50 กิโลกรัมต่อไร่ เป็นปุ๋ยรองพื้น และอาจจะต้องใส่ปุ๋ยคอก ส่วนในปีต่อ ๆ ไป ควรใส่ปุ๋ยทริปเปิลซุปเปอร์ฟอสเฟต (0-46-0) อัตรา 20-30 กิโลกรัมต่อไร่ ในต้นฤดูฝนของทุกปี
การกำจัดวัชพืช กำจัดวัชพืชครั้งแรกหลังจากปลูกถั่ว 3-4 สัปดาห์ และหลังจากนี้ประมาณ 1-2 เดือน วัชพืชขึ้นหนาแน่น ควรกำจัดวัชพืชอีกครั้งหนึ่ง
การใช้ประโยชน์ในการเลี้ยงสัตว์ ตัดไปใช้เลี้ยงสัตว์ครั้งแรก เมื่ออายุ 80-90 วัน หลังจากนั้นตัดทุก 60-75 วัน โดยตัดสูงจากพื้นดินประมาณ 15 เซนติเมตร สามารถใช้เลี้ยงโคนม โคเนื้อ กระบือในรูปถั่วสดและแห้ง
ถั่วฮามาต้า (Stylosanthes hamata cv. Verano)
เป็นถั่วอายุ 2-3 ปี มีทรงพุ่มเตี้ยตั้งตรงเหมาะปลูกในพื้นที่ดอน ทนสภาพแห้งแล้ง เจริญเติบโตได้ดีตั้งแต่ดินทรายจนถึงดินร่วนปนเหนียว ทนแทะเล็มและเหยียบย่ำ ไม่ทนสภาพชื้นแฉะและน้ำท่วมขัง ให้ผลผลิตน้ำหนักแห้ง 1.5-2.0 ตันต่อไร่ต่อปี โปรตีน 16-18 เปอร์เซ็นต์
การเตรียมดิน ไถย่อยดินให้ดีเป็นพิเศษ โดยไถพรวน 2 – 3 ครั้ง ปรับหน้าดินให้สม่ำเสมอ
การปลูก ใช้เมล็ดหว่านในอัตรา 1.5 – 2 กก.ต่อไร่ หรือโรยเป็นแถว ๆ ห่างกัน 30- 50 เซนติเมตร ก่อนปลูกควรเร่งความงอกของเมล็ด โดยแช่เมล็ดในน้ำร้อนอุณหภูมิ 80 องศาเซลเซียส นาน 5-10 นาที
การใส่ปุ๋ย ควรใส่ปุ๋ยรองพื้นสูตร 12-24-12 ในอัตรา 30 ถึง 50 กิโลกรัมต่อไร่ อาจใส่ปุ๋ยคอกร่วมด้วยเพื่อเพิ่มอินทรียวัตถุในดิน และควรใส่ปุ๋ยทริปเปิลฟอสเฟต (0-46-0) ในอัตรา 20-30 กิโลกรัมต่อไร่ทุก ๆ ปี ในช่วงต้นฤดูฝน
การกำจัดวัชพืช กำจัดวัชพืช 3-4 สัปดาห์หลังปลูก หลังจากนั้น 1-2 เดือน กำจัดอีกครั้ง
การใช้ประโยชน์ในการเลี้ยงสัตว์ ควรตัดครั้งแรก เมื่ออายุ 60-70 วัน โดยตัดสูงจากพื้นดิน 10 – 15 เซนติเมตร ควรปล่อยสัตว์เข้าแทะเล็มครั้งแรก เมื่ออายุ 70-80 วัน หลังจากนั้นจะตัดหรือปล่อยเข้าแทะเล็มทุก 30-45 วัน เหมาะเลี้ยงโคในรูปสดหรือแห้งได้
ถอบแถบน้ำ (Derris trifoliate Lour.)
วงศ์ : LEGUMINOSAE-PAPILIONOIDEAE
ชื่ออื่น : แควบทะเล, ถอบแถบทะเล, ผักแถบ(กลาง); ทับแถบ(สมุทรสงคราม); ถั่วน้ำ(นราธิวาส)
ลักษณะทั่วไป
เป็นไม้เถา ลำต้นมักเลื้อยทอดไปตามพื้นดิน ยาว ๕ - ๑๐ เมตร กิ่งเรียวยาว
ใบ เป็นใบประกอบแบบขนนกปลายคี่ เรียงเวียน ก้านใบยาว ๑๐-๑๕ ซม. มีใบย่อย ๑-๒ คู่ และที่ปลายอีก ๑ ใบ ก้านใบย่อยสั้น แผ่นใบย่อยรูปไข่แกมรูปขอบขนาน รูปรีแกมรูปขอบขนาน ถึงรูปขอบขนานแกมรูปไข่กลับ ขนาด ๑.๕ - ๕ x ๓ - ๑๐ ซม. ผิวใบเกลี้ยงทั้งสองด้าน ปลายแหลมถึงเรียวแหลม โคนทู่ถึงมนกลม เส้นใบ ๘ - ๑๐ คู่
ดอก ออกเป็นช่อเดี่ยวตามง่ามใบ ช่อดอกยาว ๕ - ๑๕ ซม. ดอกมีสีขาว ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีชมพูอ่อน เส้นผ่าศูนย์กลาง ๑ ซม. ออกดอกระหว่างเดือน พฤษภาคม - สิงหาคม
ผล เป็นฝัก เบี้ยว รูปขอบขนาน ขอบฝักเป็นสันบางแคบ สันฝักด้านบน กว้างกว่าด้านล่างสองเท่า ขนาด ๓ x ๓.๕ ซม. มี ๑ เมล็ด เมล็ดรูปไตยาว ๑ - ๑.๒ ถอบแถบน้ำ ขึ้นตามฝั่งแม่น้ำและพื้นที่พรุใกล้ทะเล
กลับสู่ : หน้าหลัก พืชผัก พืชสมุนไพร
วงศ์ : RHIZOPHORACEAE
ชื่ออื่น : ถั่วแดง, ประสักขาว (จันทบุรี); โปรง, โปรย (มลายู – ใต้); ปรุ้ย (มลายู – สตูล); รุ่ย(เพชรบุรี)
ลักษณะทั่วไปเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก - กลาง สูง ๘ - ๑๕ เมตร พูพอนน้อยแต่บริเวณโคนต้นพองขยายออก เรือนยอดแน่นทึบรูปปิระมิด เปลือกสีเทาหรือสีน้ำตาล เรียบถึงหยาบเล็กน้อย ตามลำต้นมีช่องอากาศ กิ่งอ่อนสีเขียว มีรากหายใจรูปคล้ายเข่ายาว ๑๕ - ๒๐ ซม. เหนือผิวดิน
ใบ เป็นใบเดี่ยว เรียงตรงข้ามสลับทิศทาง แผ่นใบรูปรี ขนาด ๓ - ๘ x ๗ - ๑๙ ซม. ปลายใบแหลม ฐานใบรูปลิ่ม ผิวด้านบนสีเขียวเข้ม ท้องใบสีจางกว่าเกลี้ยงทั้งสองด้าน ขอบใบม้วนลง เส้นกลางใบสีเขียว เส้นใบ ๗ คู่ ไม่เด่นชัดก้านใบยาว ๑.๕ - ๔ ซม. หูใบยาว ๓ - ๕ ซม. สีเขียว
ดอก ออกเป็นช่อ กระจุกที่ง่ามใบ ช่อละ ๓ ดอก ก้านช่อดอกยาว ๐.๖ - ๐.๙ ซม. ดอกยาว ๑- ๑.๔ ซม. สีเขียวอ่อน ก้านดอกย่อยยาว ๐.๑ - ๐.๕ ซม. วงกลีบเลี้ยงรูประฆัง โคนกลีบติดกันเป็นหลอด ขนาด ๐.๒ - ๐.๓ x ๐.๔ - ๐.๖ ซม. ผิวเรียบสีเขียว ปลายแยกเป็น ๘ แฉก กลีบเลี้ยงยาวเท่าหลอด ปลายกลีบโค้งกลับกลีบดอก ๘ กลีบ สีขาว รูปขอบขนาน ยาว ๐.๓ - ๐.๔ ซม. ปลายแยกเป็น ๒ แฉก ขอบกลีบมีขนสีขาว ปลายกลีบมีขนแข็งสีน้ำตาล ๒ - ๓ เส้น ยาว ๐.๑ ซม.
ผล เป็นผลแบบงอกตั้งแต่ยังติดอยู่บนต้น ผลสีเขียว ยาว ๑ - ๑.๔ ซม. กลีบเลี้ยงหุ้มผลรูปดาว กลีบโค้งกลับ ลำต้นใต้ใบเลี้ยงหรือ “ฝัก” รูปทรงกระบอก เรียวโค้ง ขนาด ๐.๔ - ๐.๖ x ๗ - ๑๔ ซม. เมื่อยังอ่อนสีเขียวและเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลอมเขียวเมื่อแก่ ออกดอกและผลเกือบตลอดทั้งปี ขึ้นในพื้นที่ดินเลนตื้น เหนียวและแข็ง ตามริมชายฝั่ง หรือพื้นที่ที่ถูกเปิดโล่งไม่เหมาะกับพันธุ์ไม้ป่าชายเลน
กลับสู่ : หน้าหลัก พืชผัก พืชสมุนไพร