หน้าเว็บ

==>>ค้นหาข้อมูลในเว็บ

วันพฤหัสบดีที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

กระโดน

ชื่อ กระโดน
วงศ์ BARRINGTONIACEAE

1)กระโดนน้ำ
ชื่อวิทยาศาสตร์ BarringtoniaAcutangula(Linn.)Gaertn.
ชื่อพื้นเมือง"จิด(ภาคกลาง),ผักกระโดนน้ำ(อุดรธานี,
สกลนคร,หนองคาย,ร้อยเอ็ด),กระโดนทุ่ง,กระโดนน้ำ
(หนองคาย),จิกนา(ภาคใต้),ใบตอง(เหนือ),เรีย็ง(เขมร)

2)กระโดนบก
ชื่อวิทยาศาสตร์ CareyaSphaericaRoxb.C.ArboreaRoxb.
ชื่อพื้นเมือง"กระโดน,ผักกระโดน,กระโดนบก,กระโดนโคก
(อุดรธานี,อีสาน),กะนอล(ขเมร)ขุย(กระเหรี่ยง-กาญจนบุรี)
ผักปุย(เหนือ),ปุยกระโดน(ใต้),ปุยขาว,ผักฮาด(เหนือ),หูกวาง
(จันทบุรี),พุย(ละว้า-เชียงใหม่)

กระโดน
เป็นพืชที่ชาวอีสานนิยมรับประทานเป็นผักจากคำบอกกล่าวของชาวบ้านกระโดนน้ำและกระโดนบกกระโดน
น้ำมีต้นเตี้ยกว่ากระโดนบกและกระโดนน้ำชอบขึ้นตามที่ราบลุ่มมีน้ำท่วมถึงในฤดูน้ำหลาก(ชาวอีสานเรียก
ว่าที่ลุ่มดินทาม)ส่วนกระโดนบกภาคกลางเรียกต้นจิกมักขึ้นทั่วไปตามป่าเบญจพรรณป่าทุ่งในชีวิตประจำ
วันชาวบ้านได้อาศัยประโยชน์จากไม้ของกระโดนน้ำและกระโดนบกเนื้อไม้ของกระโดนบกมีประโยชน์หลาย
อย่างเช่นใช้ในการสร้างบ้านเรือนและทำเครื่องเรือนทำเรือและพายทำครกสากทำเกวียนและเพลาได้เป็น
ไม้เนื้อแข็งใช้ทำเป็นหมอนรองรถไฟได้ดีส่วนกระโดนน้ำมักใช้ทำเครื่องใช้และเครื่องเรือนไม้นวดข้าวสาก
กระเดื่อง

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
กระโดนบกเป็นไม้ต้นขนาดกลางความสูงประมาณ10-30เมตรลำต้นมักเตี้ยและมีกิ่งก้านสาขามาก
เรือนยอดเป็นพุ่มกลมแน่นทึบเปลือกต้นเป็นสีเทาหนาและแตกล่อนเป็นแผ่นๆบางทีอาจถูกไฟป่าเผาทำ
ให้เปลือกออกเป็นสีดำคล้ำจะทิ้งใบหมดและผลิใบใหม่พร้อมออกดอกเต็มต้นใบเป็นใบเดี่ยวรูปไข่กลีบ
ออกเรียงเวียนกันตามปลายกิ่งขนาดใบกว้าง12-15ซม.ยามประมาณ25-30ซม.ขอบใบหยิกออกแบบ
สลัลก้านใบยาวราว2-3ซม.ดอกออกเป็นเดี่ยวหรือเป็นช่อๆละ2-3ดอกกลีบดอกและกลีบรองดอกอย่าง
ละ4กลีบกลีบดอกมีสีขาวหรือสีขาวนวลร่วงง่ายกลีบดอกเชื่อมกันเป็นรูประฆังเกสรตัวผู้ยาวและเป็นเส้น
ฝอยสีแดงจำนวนมากผลโตกลมกว้างประมาณ5ซม.ยาว6.5ซม.ภายในมีเมล็ดเป็นจำนวนมาก
กระโดนน้ำเป็นไม้ที่พบตามป่าเบญจพรรณป่าหญ้าในที่ลุ่มพบมากตามริมฝั่งแม่น้ำลำคลองหนองบึง
หรือที่ลุ่มน้ำท่วมถึงกระโดนเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางสูงปรมาณ8-17เมตรผลัดใบแต่ผลิใบใหม่เร็วทรง
พุ่มแผ่กว้างเปลือกสีน้ำตาลเข้มน้ำตาลแดงหนาและหยาบปลายกิ่งมักจะลู่ลงใบเป็นใบเดี่ยวออกสลับเห็น
เป็นกลุ่มอยู่ตอนใกล้ปลายกิ่งใบรูปรูปหอกกลีบหรือรูปไข่กลีบกว้าง2.5-8.5ซม.ยาว5-16ซม.ปลายใบ
มนทุ่เว้าเล็กน้อยหรือเป็นกิ่งสีแดงสดหรือแดงเรื่อๆช่อดอกอาจยาวได้ถึง40ซม.มีกลิ่นหอมอ่อนๆกลีบ
เลี้ยงโคนเชื่อมติดกันปลายแยกเป็น4กลีบสีชมพูเกสรตัวผู้มีจำนวนมากส่วนก้านเกสรยาวสีแดงสดเห็น
เด่นชัดเรียงเป็นชั้นๆ3ชั้นโดยมีโคนเชื่อมติดกันและเชื่อมติดกับกลีบดอกเกสรตัวผู้ร่วงง่ายผลเป็นรูป
สี่เหลี่ยมมีสันเหลี่ยมเมล็ดเป็นรูปไข่ผิวเป็นร่อง1ผลมี1เมล็ด

ใบ(Foliage) : ใบเดี่ยว ออกเรียงเวียนกันตามปลายกิ่ง รูปไข่กลับ กว้าง 15 เซนติเมตร ยาว 30 เซนติเมตร ปลายใบมน โคนใบสอบ แผ่นใบบางและเหนียว ขอบใบหยักเล็กน้อย เส้นแขนงใบข้างละ 9-15 เส้น ก้านใบยาว 0.3-2.5 เซนติเมตร ใบแก่ก่อนร่วงสีแสด


ดอก (Flower) : สีขาว มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ออกเดี่ยวๆหรือเป็นกระจุกๆละ 2-3 ดอก กลีบเลี้ยง 4 กลีบ กลีบดอก
4 กลีบ สีขาวหลุดร่วงง่าย เกสรเพศผู้จำนวนมาก สีแดงปลายขาว เรียงเป็นชั้นๆ โคนเชื่อมติดกัน มีดอกพร้อม
ใบอ่อน ดอกบานเต็มที่กว้าง 6-8 เซนติเมตร


ผล (Fruit) : ผลสดเเบบมีเนื้อหลายเมล็ด ทรงกลม อวบน้ำ ขนาด 5-7 เซนติเมตร เมล็ดจำนวนมาก มีเยื่อหุ้ม

การปลูก
เป็นพรรณไม้ที่ทนความแห้งแล้งและแสงแดดได้ดีการขยายพันธุ์ด้วยวิธีเมล็ดในช่วงฤดูฝนหรือการตอนกิ่ง

ประโยชน์ทางยา
กระโดนบกใบมีสารแทนนิน19เปอร์เซ็นต์ทำให้มีรสฝาดใช้ปรุงเป็นน้ำมันสมานแผลและใบใช้เป็นยา
เบื่อปลาได้,เปลือกและผลใช้เป็นยาฝาดสมาน,ดอกและน้ำจากเปลือกใช้ผสมกับน้ำผึ้งใช้ทานเป็นยาแก้หวัด
แก้ไอทำให้ชุ่มคอและเป็นยาบำรุงสำหรับสตรีหลังคลอดบุตร,ผลเป็นยาช่วยย่อยอาหาร,เมล็ดเป็นยาแก้
พิษ,รากและใบใช้เป็นยาเบื่อปลา
กระโดนน้ำเปลือกมีรสผาดใช้ชะล้างบาดแผลสมานแผลเรื้อรังและใช้เบื่อปลาได้ ,ใบแก้ท้องร่วง,รากใช้เป็นยาระบาย,ผลเป็นยาแก้หวัด,เมล็ดเป็น
ยารสร้อนแก้ลมแน่นใช้ในการคลอดบุตรทำให้อาเจียนระงับความเย้นแก้อาการไอของเด็ก

ประโยชน์ทางอาหาร
ส่วนที่เป็นผัก/ฤดูกาลยอดอ่อนใบอ่อนและดอกอ่อนสำหรับความนิยมของกระโดน้ำและกระโดนบกนับว่า
ชาวอีสานนิยมกระโดนน้ำมากกว่ากระโดนบกและมีรสชาติอร่อยกว่าฝาดน้อยกว่าส่วนกระโดนบกชาวบ้าน
ก็จะเลือกต้นที่มียอดสีเขียวอ่อนมากกว่าต้นที่มียอดอ่อนสีแดงความนิยมในการรับแระทานผักกระโดนของ
ชาวอีสานลดน้อยลงบ้างเพราะเชื่อว่าผักกระโดนทำให้เป็นนื่วได้แต่ทว่าวงจรของอาหารธรรมชาติจะช่วย
สร้างความสมดุลเราสังเกตได้ว่ากระโดนบกและกระโดนน้ำจะผลิยอดอ่อนคนละฤดูกาลกระโดนน้ำจะออก
ยอดอ่อนกลางฤดูฝน(เดือนกรกฎาคม-เดือนสิงหาคม)และจะออกยอดให้เก็บได้บ่อยๆส่วนกระโดนบกจะ
ออกยอดอ่อนปลายฤดูแล้ง(เดือนมีนาคม-เดือนเมษายน)ต่อต้นฤดูฝนหรือในช่วงเริ่มลงนาซึ่งในระยะนี้
อาหารโปรตีนในธรรมชาติจะมีปริมาณสูงขึ้นเช่นกบปลาแงกี่นูนแมงกุดจี่ไข่มดแดงเป็นต้นเช่นกันจากการ
วิจัยพบว่าถ้าร่างกายได้ปริมาณสารออกซาเลทหรือกรดออกซาลิคในปริมาณสูงและได้รับสารโปรตีนใน
ปริมาณต่ำอาจเป็นสาเหตุเบื้องต้นของการเกิดนิ่วในกระเพาะปัสสาวะโอกาสที่จะขาดสารโปรตีนจะน้อยลง
นอกจากนี้ในผักกระโดน(สด)100กรัมประกอบด้วยปริมาณออกซาเลท59มิลลิกรัม(น้อยกว่าผักโขม16
เท่าและน้อยกว่าผักชะพลู12เท่า)อาจกล่าวได้ว่าเป็นปริมาณต่ำเมื่อเปรียบเทียบกับผักชนิดอื่นการปรุง อาหารชาวอีสานชาวใต้และชาวเหนือรับประทานผักกระโดนโดยรับประทานเป็นผักสดกับน้ำพริกชาว
อีสานดูจะนิยมผักกระโดนมากกว่ากระโดนบกเพราะนอกจากรับประทานกับสัมตำร่วมกับลาบก้อยยอด
กระโดนบกมักจะนำมารับประทานกับยำมดแดงชาวบ้านมักเก็บตามป่าธรรมชาติหรือหาซื้อได้ตามตลาด
สดในท้องถิ่น

รสและประโยชน์ต่อสุขภาพ
ยอดอ่อนและดอกอ่อนรสฝาดอมมันผักระโดน100กรัมให้พลังงานต่อร่างกาย83กิโลแคลอรี่มีเส้นใย1.9
กรัม,แคลเซียม13มิลลิกรัม,ฟอสฟอรัส18มิลลิกรัม,เหล็ก1.7มิลลิกรัม,วิตามินเอ3958IU,วิตามินบี
หนึ่ง0.10มิลลิกรัม,วิตามินบีสอง0.88มิลลิกรัม,ไนอาซิน1.8มิลลิกรัม,วิตามินซี126มิลลิกรัม

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...