หน้าเว็บ

==>>ค้นหาข้อมูลในเว็บ

วันอาทิตย์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2552

หอมญี่ปุ่น

หอมญี่ปุ่น

อยู่ในตระกูล Alliaceae หรือ Amaryllidaceae


ลักษณะทั่วไป ประกอบด้วย ราก ซึ่งเป็นระบบ fibrous root และ root hair ลำต้นจริงจะมีลักษณะเป็นแผ่นอยู่ระหว่างรากและใบ ใบมีลักษณะเป็นหลอดยาว คล้ายใบหอมขนาดใหญ่ มีจำนวน 6-7 ใบต่อต้น โดยใบนอกจำนวน 4 ใบ จะเป็นใบแก่ ใบอ่อนจะอยู่ด้านในจำนวน 2-3 ใบ ลำต้นเทียม คือ ส่วนของกาบใบ(scape) ทำหน้าที่สะสมอาหารเป็นส่วนที่นำมาบริโภคซึ่งจะขยายตตัวตามยาว โดยทั่วไปลำต้นเทียมสูง 25-75 ซม. เส้นผ่าศูนย์กลาง 3-7 ซม. ดอกอาจผสมตัวเอง หรือผสมข้ามกับ A. cepa หรือ fistulosm ทำให้เกิดสายพันธุ์ใหม่หลายสายพันธุ์ การขยายพันธุ์โดยใ้ช้เมล็ด และการแยกกอ

สภาพที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโต
ดินที่เหมาะสมกับหอมญี่ปุ่นควรร่วนซวย หรือร่วนปนทราย หน้าดินลึก ระบายน้ำได้ดี และมีอินทรีย์วัตถุสูง ไม่สามารถเจริญได้ดีในดินที่เป็นกรดจัด pH ที่เหมาะสมคือ 0.6-6.8 ในดินที่มี pH ต่ำ ควรใส่ปูนขาวปรับสภาพดิน ต้นหอมปกติจะไม่ลงหัว แต่ในกรณีที่มีช่วงแสงยาวกว่า 12 ชั่วโมงต่อวัน และมีอุณหภูมิสูงกว่า 20 ‘C หัวจะเจริญแต่จะมีขนาดเล็กไม่เกิน 10 ซม. และเมื่อผ่านอุณหภูมิต่ำกว่า 13 ‘C และช่วงแสงสั้น พืชจะแทงช่อดอก ส่วนในเขตร้อนดอกจะไม่เจริญ สภาพแปลงปลูกควรได้รับแสงอย่างเต็มที่

การใช้ประโยชน์ และคุณค่าทางอาหาร
ส่วนที่นำมาบริโภคของหอมญี่ปุ่น คือลำต้นเทียมที่มีลักษณะกลมยาวสีขาว ประกอบด้วย provitamin A และ C ในสภาพอุณหภูมิต่ำ จะประกอบด้วยน้ำตาล และโปรตีนสูง สารระเหยในพืชตระกูลหอมส่วนใหญ่ คือ propyl disulfide และ
methyl disulfide สารกระตุ้นต่อมน้ำตา(lachrymator inducing compound) คือ thiopropanal sulfoxide

การปฏิบัติดูแลรักษาระยะต่าง ๆ ของการเจริญเติบโต

การเตรียมกล้า

การเตรียมแปลงเพาะกล้า ในฤดูฝนควรอยู่ภายใต้หลังคาพลาสติก สำหรับ ฤดูร้อน/หนาวใช้อุโมงตาข่าย
ขึ้นแปลงกว้าง 1 เมตร ใส่ปุ๋ยรองพื้น ดังนี้
ปุ๋ย 12-24-12 ปริมาณ 30 กรัม/ตร.ม.
ปูนขาว ปริมาณ 30 กรัม/ตร.ม.
ปุ๋ยคอก(มูลไก่ไม่ควรใช้มูลไก่อัดเม็ด) ปริมาณ 1ก.ก./ตร.ม. คลุกให้ทั่วแปลง แล้วรดน้ำให้ชุ่ม
การบ่มเมล็ด โดยการแช่เมล็ดในน้ำผสมยากันรา นาน 15 นาที ผึ่งเมล็ดไว้ประมาณ 30 นาที แล้วห่อด้วยผ้าไว้ 1 คืน นำเมล็ดที่บ่มแล้ว หยอดในแปลงเพาะกล้า
ขีดร่องขวางแปลงลึก 1 ซม. ห่าง 10 ซม. หยอดเมล็ดที่บ่มแล้วห่างกัน 1 ซม. กลบดินบางๆ แล้วคลุมด้วยฟาง
ควรรดน้ำวันละ 1 ครั้ง เมื่อมีอายุได้ 2 เดือน จึงย้ายปลูก หรือสังเกต เส้นผ่านศูนย์์กลาง ของลำต้นเทียมประมาณ 8 มิลลิเมตร(ลำต้นเท่ากับดินสอ) ควรใส่ปุ๋ยเคมี เช่น 15-15-15 และยูเรีย เมื่ออายุได้ 25 และ 50 วัน
กล้าสำหรับย้ายปลูกตัดปลายให้สูงกว่ายอด 2 ซม. ตัดรากเหลือ 1 ซม. แช่รากในน้ำผสม ไดเทนเอ็ม 45 นาน 10 นาที ก่อนย้ายปลูก
การเตรียมดิน ให้ขุดพลิกดินตากแดดอย่างน้อย 14 วัน เพื่อฆ่าเชื้อในดิน กำ่จัดวัชพืช หากสภาพดินเป็นกรด ควรใส่ปูนขาวอัตรา 100-200 กก./ไร่

การปลูก หลังจากเตรียมแปลงปลูกเรียบร้อยแล้ว ก่อนปลูกควรรดน้ำให้แปลงมีความชุ่มชื่น แล้วทำการปลูก โดยขุดร่องลึก 30 ซม. ห่างกัน 80 ซม. เลือกต้นกล้าที่มีขนาดเท่ากันปลูกก่อนในแปลงเดียวกัน กลบดินรดน้ำให้ทั่วแปลง

การใส่ปุ๋ย หลังปลูก 20 วัน โรย 21-0-0 และ 15-15-15 อัตรา 20 กรัม/ตร.ม. ลงในร่องปลูก แล้วกลบดิน พูนโคน อายุได้ 40 วัน โรยปุ๋ย 15-15-15 แล้วกลบดินพูนโคนต้นถึงระดับใบล่าง

การเก็บเกี่ยว เก็บเกี่ยวเมื่ออายุได้ 60-80 วัน หัวมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 7-8 ซม. เลือกหัวที่มีทรงกลม ไม่มีรอยแตก หรือรอยแผล ตัดใบออกให้เหลือก้านใบไม่เกิน 3 ซม. ล้างให้สะอาด แ้ล้วพึ่งให้แห้ง

โรค แมลงศัตรู ที่สำคัญของหอมญี่ปุ่นในระยะต่างๆ ของการเจริญเติบโต

ระยะกล้า 0-60 วัน โรคโคนเน่า, โรครากปม,

ระยะปลูก-ปลูกซ่อม 60-70 วัน โรคโคนเน่า, โรคราสนิม, โรครากปม, โรคใบจุดสีม่วง, เพลี้ยไฟ

ระยะพูนโคนครั้งที่ 1 80-90 วัน โรคราสนิม, โรครากปม, โรคใบจุดสีม่วง, เพลี้ยไฟ

ระยะพูนโคนครั้งที่ 2 100-120 วัน โรคราสนิม, โรครากปม, โรคใบจุดสีม่วง, เพลี้ยไฟ

ระยะเก็บเกี่ยว 130-150 วัน โรคราสนิม, โรครากปม, โรคใบจุดสีม่วง, เพลี้ยไฟ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...